ทำไมมือปืนส่วนใหญ่ไม่ชอบการ “ซุ่มยิง” แต่จะชอบใช้วิธีประกบยิงกันมากกว่า

เปิดใจมือปืน (ตอน8)

(ตอน)ซุ่มยิง”จอห์น เอฟ เคนเนดี้”

หลังจากได้สัมภาษณ์เปิดใจมือปืนรับจ้าง ของเมืองไทยกันแล้ว พอสรุปได้ว่า ความนิยมในการล่าสังหารเหยื่อนั้น จะไม่ชอบการ “ซุ่มยิง” แต่จะใช้วิธีประกบยิงกันมากกว่า เมื่อยิงเสร็จแล้ว จะใช้รถ “มอเตอร์ไซด์” ในการหลบหนี

ผิดจากหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะ “สหรัฐอเมริกา” จะนิยม “ซุ่มยิง” เสียมากกว่า โดยเฉพาะบุคคลสำคัญตั้งแต่ระดับประธานธิบดีลงมาเลยทีเดียว

“เปิดใจมือปืน” ตอนนี้ จะพาท่านผู้ติดตามไปถึงสหรัฐฯ เป็นการเปรียบเทียบการซุ่มยิงผู้นำระดับโลก กับวิธีการเตรียมการซุ่มยิงของมือปืนเมืองไทยกันบ้าง

“จอห์น เอฟ เคนเนดี้” หรือ เจเอฟเค อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นอีกผู้หนึ่งที่ถูกสังหารด้วยอาวุธปืนไรเฟิล เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 1963 กลางเมืองดาลลาส แห่งรัฐเท๊กซัส ขณะที่ขบวนของผู้นำประเทศเคลื่อนมาถึง บริเวณทางโค้งก่อนเข้าอุโมงค์ มุ่งหน้าไปยังสนามบินดาลลาส

ท่ามกลางการคุ้มกันอย่างหนาแน่นนั้นเอง คนร้ายขึ้นไปดักรอบนชั้น 6 ของอาคาร 8 ชั้น ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณมุมทางโค้ง ก่อนลงอุโมงค์ดังกล่าว

“จอห์น เอฟเคนเนดี้” ได้นั่งเบาะหลังอยู่กับภรรยา บนรถประจำตำแหน่ง ซึ่งเป็นรถเปิดประทุน เพื่อจะได้สะดวกในการโบกมือทักทายประชาชนที่ยืนให้การต้อนรับทักทายอยู่สองฝั่งถนนจำนวนมาก

แต่บริเวณทำเลที่คนร้ายเลือกนั้น เป็นจุดที่ประชาชนยืนต้อนรับอยู่เบาบางแล้ว เพราะเป็นทางโค้ง และทางลงอุโมงค์

ทันทีที่รถ “จอห์น เอฟ เคเนดี้” ค่อยๆ แล่นผ่านทางโค้งมาด้วยความเร็วไม่มากนัก ไปได้ประมาณ 15 เมตร คนร้ายได้ลั่นกระสุนนัดแรกเข้าบริเวณต้นคอ เมื่อรถแล่นไปได้ประมาณ 10 เมตร หรือประมาณ 5-6 วินาที คนร้ายได้ลั่นกระสุนนัดที่สอง เข้าบริเวณศรีษะ แรงกระสุนเจาะจนกระโหลกเปิด

คดีนี้มีความอึมครึมมาตลอด ไม่มีความกระจ่างอะไรให้กับชาวโลกได้รู้เลย

ถ้าลองวิเคราะห์การซุ่มยิงอดีตผู้นำครั้งนั้น ถ้า “มือปืน” มาคนเดียว ซุ่มรอเหยื่ออยู่บริเวณชั้น 6 ต้องยอมรับว่า ต้องเป็นผู้ชำนาญในการใช้อาวุธปืนอย่างมาก เพราะระยะเวลาไม่กี่วินาที สามารถชักลูกเลื่อนปืนเพื่อยิงนัดที่ 2 ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเข้าสู่เป้าหมายได้อย่างจังเลยทีเดียว

มือปืนเมืองไทยเองยังไม่สามารถทำได้ขนาดนี้

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ทั้งหมดนี้ได้รับการถ่ายทอดจาก “เอ็ดเวิร์ด ฮิวก์” ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญวิทยา ของมหาวิทยาลัยนอร์ธเท๊กซัส ได้อธิบายให้กับผู้เข้าอบรมหลักสูตรพิเศษการบริหารงานยุติธรรมเชิงรุกแบบบูรณาการ รุ่นที่ 3 ประกอบด้วยข้าราชการ 9-10 ผมเป็นนักข่าวเพียงคนเดียวที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมหลักสูตรดังกล่าวด้วย ซึ่งเป็นโครงการของกระทรวงยุติธรรม ที่มหาวิทยานอร์ธเท๊กซัส สหรัฐอเมริกา

“เอ็ดเวิร์ด ฮิวก์”บรรยายให้ผู้เข้าอบรมหลักสูตรพิเศษการบริหารงานยุติธรรมเชิงรุกแบบบูรณาการ รุ่นที่ 3 ที่ มหาวิทยาลัย นอร์ธ เท๊กซัส สหรัฐอเมริกา

การบรรยายของ “เอ็ดเวิร์ด ฮิวก์” ได้เตรียมวิดีโอมาฉายภาพเหตุการณ์จริงมาเปิดให้ผู้เข้าอบรมกว่า 20 คนหลายรอบ เพื่อให้สังเกตุพร้อมวิพากษ์วิจารณ์ภาพเหตุการณ์ครั้งนั้นกัน

ภาพวิดีโอที่ปรากฏ เริ่มจาก ขบวนรถของ “จอห์น เอฟ เคนเนดี้” แล่นผ่านฝูงชนจำนวนมากที่รออยู่สองฝั่งถนน มุ่งหน้าสนามบินดาลลาส เมื่อรถแล่นมาถึงทางโค้งเป็นจุดที่คนร้ายซุ่มยิงอดีตผู้นำสหรัฐฯ 2 นัด

ภาพนาทีการเสียชีวิตของจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ภรรยาอยู่ในอาการตกใจสุดขีด

กระสุนนัดแรก “จอห์น เอฟ เคนเนดี้” เจาะเข้าบริเวณลำคอ ทำให้เกิดอาการ “ฟุบ” ค่อยๆ เอนเข้าไปซบภรรยาที่นั่งอยู่ด้านข้าง

แต่ยังไม่ทันซบกระสุนนัดที่สองพุ่งออกมา คราวนี้ เล่นเอากระโหลกเปิด

ด้วยความตกใจของภรรยา คงทำอะไรไม่ถูก จึงปีนไปยังกระโปร่งหลังของรถ จนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ต้องวิ่งปีนท้ายรถขึ้นไปช่วยกันจับภรรยาผู้นำเอาไว้

ภรรยาของ”จอห์น เอฟ เคนเนดี้” ปีนไปท้ายรถ

เชื่อหรือไม่ว่า ภายในห้องอบรมสงบเงียบไปตามๆ กัน เมื่อผู้เข้าอบรมตั้งสติได้ ต่างวิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ ตั้งแต่การยิงของคนร้าย รวมไปถึงภรรยาของผู้นำประเทศ

อยากรู้หรือไม่ว่า ผู้เข้าอบรมคนไทย วิจารณ์ภรรยาอดีตผู้นำสหรัฐฯว่า “ปีนหนีเอาตัวรอดล่ะซิ” บางคนวิจารณ์ว่า “กลัวลูกหลงล่ะซิ” บางคน วิจารณ์ว่า “โดนลูกหลงเข้าแล้ว” บ้าง

เชื่อหรือไม่คำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นผิดหมดเลย

อยากให้ผู้ติดตามในเรื่องนี้ ลองวิพากษ์วิจารณ์กันดูว่า

“ภรรยาของจอน์ห เอฟ เคนเนดี้ ปีนไปท้ายรถ ขณะที่สามีตัวเองถูกยิง เพื่อทำอะไร …ฮืม”

ขอใบ้ไว้ตอนท้ายนิดหนึ่งว่า เธอจงรักภักดีต่อ “จอห์น เอฟ เคนเนดี้” อย่างมาก




Loading...

You may also like...