ความแตกต่างของร้านขายปืนที่ต่างประเทศ ที่ทำให้ต่างจากประเทศไทยมาก

Loading...

รัฐ California

จากคุณ littlejohn 

แต่ละรัฐทั้ง 50 รัฐมีกฏหมายแตกต่างกันไปไม่เหมือนกัน California ถือว่าเป็นรัฐที่กฏหมายปืนเข้มงวดที่สุดรัฐหนึ่ง

1.ขอเล่าเรื่องกระสุนก่อน กระสุนสามารถซื้อได้ทั่วไปในห้างเช่น Walmart ถ้าเทียบก็เหมือน บิ๊กซี โลตัส ซื้อง่ายแบบนี้เลย

2.ร้านปืน มีปืนสารพัด ปืนสั้นลูกโม่ ออโตตั้งแต่ .22 จนไปถึง .500 S&W Magnum

ลูกซองสารพัด ไรเฟิล หลากหลาย ทั้งพวก AR15 platform ทั้งหลาย แต่รัฐนี้จำกัดแมกกาซีน ไม่เกิน 10 นัด ตั้งแต่สมัยคลินตันแบนเอาไว้

3.ราคาถูกกว่าบ้านเรามาก เช่น Glock ราคาเฉลี่ย 550 เหรียญ เทียบบ้านเรา 75,000 อย่างถูกสุด

4.การขออนุญาต ต้องไปสอบ gun safety requirement ให้ผ่านก่อน เสร็จแล้ว เวลาจะไปซื้อร้านจะทำ Background check

ถ้าผ่านจ่ายเงินซื้อปืนได้ แต่ต้องรอ 10 วันค่อยมารับปืน เรียกว่า cooldown period เผื่อโมโหจะซื้อไปยิงใคร จะได้มีเวลาคิดเปลี่ยนใจ

5.ปืนสั้นซื้อได้เดือนละกระบอก ปืนยาวซื้อเท่าไหร่ก็ได้

6.California ขอใบพก CCW Concealed carry permit ยากมาก เวลาจะเอาปืนไปไหนให้แยกกระสุนแล้วใส่ท้ายรถ
คร่าวๆประมาณนี้ครับ

รัฐ Massachusetts

จากคุณ AI.MAKER

1.การรับประกันสินค้าที่นี่ดีมากครับ ไม่ต้องยิงพังหรอกครับแค่ไม่ชอบใจก็สามารถคืนเงินได้เต็มจำนวนภายในเวลาที่กำหนด อะไหล่ การซ่อมแซมเต็มที่ครบตาม warranty ครับ

2.ราคาเขาชัดเจนครับ ร้านปืนท้องถิ่นจะขายปืนใหม่ถูกกว่าราคากลางพอสมควร นอกจากร้านปืนแล้วยังสามารถหาซื้อปืนได้ตามร้านขายของมือสอง โรงรับจำนำ ร้านขายอุปกรณ์กลางแจ้ง หรือตามห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นได้อีกด้วยครับ เวลาซื้อก็ใช้ใบขับขี่ใบเดียว กระบอกแรกอาจใช้เวลา Background checks นานหน่อยประมาณ 10 วันจึงจะได้รับปืน ถ้าเป็นกระบอกต่อๆไป หรือ ปืนเพื่อการล่าสัตว์ หากไม่ได้ก่อคดีอะไรที่ศาลสั่งไม่ให้ยุ่งกับอาวุธปืน(Red flag)ก็สามารถรับปืนได้เลย แต่ต้องกรอกแบบฟอร์มรับรองว่าจะใช้ปืนตามตามกฎหมายของรัฐ พวกปืนสั้น ปืนพวกไรเฟิลจู่โจมจะยุ่งยากหน่อยเพราะต้องขออนุญาตเป็นพิเศษ และต้องเป็นแบบระบบ semi auto เท่านั้น พวกปืนเลี่ยงบาลีเช่นระบบ Bump fire ก็ห้ามครบ แต่อย่างว่า ร้านค้าสามารถบันดาลให้ได้แบบเทาๆถ้าเงินถึง

3.ส่วนใหญ่ร้านปืนโดยเฉพาะจะมีคนขายน้อยครับ 1-3 คน หยุดวันอาทิตย์ เปิด 9.00 น.เป็นต้นไป ปิดตามสถานการณ์ และสภาพอากาศ คนขายของร้านปืนโดยเฉพาะ(ไม่ใช่แผนกในห้าง)ที่นี่มีกฎว่าต้องพกปืนโหลดกระสุนไว้ติดตัวตลอดเวลานัยว่าป้องกันการโดนปล้นปืนครับ

4.กระสุนมีแทบทุกขนาด ขนาดไหนไม่มีก็สั่งให้ได้ครับ ราคาถูกกว่าบ้านเราประมาณ 2-3 เท่า ซื้ออุปกรณ์ไปรีโหลดกระสุนเองก็ได้ ถูกลงไปอีก เท่าที่เห็นไม่เคยเห็นเขารับเทิร์นปลอกเก่านะครับ

5.รัฐนี้ตอนฤดูล่าสัตว์ ล่าไก่งวง ปืนยาว ปืนลูกซองสามารถพกพาได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ปืนลูกซองต้องลำกล้องไม่ต่ำกว่า 18 นิ้ว ที่เก็บเสียงไม่ได้รับอนุญาตครับในรัฐนี้สงวนเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยของกฎหมายอีกมากครับและเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามเสียงประชาชนครับ

สวิสเซอร์เเลนด์

จากคุณ Dexphet

1. ติดป้ายแท็กบอกราคาชักเจน รวมภาษีไปแล้ว รายละเอียดก็อยู่ในใบเสร็จรับเงินครับ.

2. ที่นี่จะมีพนักงานไม่เยอะครับ ทั่วไปก็ 2 คน เท่านั่นที่เห็นประจำ ส่วนมากหยุดเสาร์-อาทิตย์ ยกเว้นร้านที่มีสนามยิงใต้ดิน จะปิด อาทิตย์-จันทร์ครับ

3. กระสุนมีทุกยี่ห้อ แต่ไม่มีแบบ JHP ห้ามขายครับ ราคา..ยกตัวอย่างยี่ห้อที่คุ้นๆกัน Sellier & Bellot 9mm  124grs ราคากล่องเดียวเงินไทยประมาณ 490 บาทครับ ถ้าซื้อยกลัง 20 กล่อง ก็ลดลงไปอีก ตกกล่องละ 420 บาทครับ

Remington/UMC .45 ACP 230grs  .45 จะเเพงขึ้นมาหน่อย กล่องละ 1050 บาท  ซื้อ 10กล่อง 850 บาทครับ ส่วนปลอกไม่รับเทรินครับ ไปยิงสนามเราเก็บของเรามาอัดใหม่ได้ เก็บของคนอื่นไม่ได้นะครับ อันนั้นสนามเขาเก็บไป

4. ปืน – กระสุนซื้อได้ไม่จำกัดจำนวนครับ ทั้งสองอย่างสั่งทางเวปได้ แต่ปืนนี่เราต้องเซ็นใบอนุญาตของเรา ส่งไปรษณีย์ให้ทางร้านครับ เดี๋ยวเขาก็ส่งปืนมาให้เหมือนบ้านเรา

5. ใบอนุญาตของ่ายมาก ถ้าไม่มีประวัติ ฟลูออโตจะยุ่งยากเรื่องเอกสารนิดหนึ่ง  ข้อบังคับ คุณสมบัติก็ต่างกันไป ไปสนามก็แยกปืน แยกกระสุน ใส่กระเป๋า หรือสะพายไหล่ออกไปก็ได้ (ไม่โหลดกระสุน ไม่เสียบแม็ก) ใส่ท้ายรถ  ไม่มีด่าน นานๆจะมีซักที ไม่เคยตรวจถึงตรวจ ก็ไม่มีความผิดครับ ถ้าทำอย่างที่บอก แต่เราต้อง เคร่ง เคารพกฎหมายของเค้าครับ ยิงเสร็จเอาปืนมาเก็บก่อน จะไปไหนค่อยไป


เรียบเรียงมาจากกระทู้ ร้านขายปืนเมืองนอก แตกต่างจากร้านขายปืนเมืองไทยอย่างไรบ้างอยากทราบ ครับ จากเว็บ gun.in.th

Loading...

You may also like...

error: Content is protected !!