การตั้งบริษัทผลิตอาวุธปืนในประเทศไทย เป็นไปได้มากน้อยเพียงใด

ภาพประกอบจากที่ฟิลิปปินส์นะ ไม่ใช่ที่ไทย

ไปเจอข้อมูลมาดังนี้
………………………………………………

จากนิตยสารอาวุธปืน ฉบับที่ 427 เดือนพฤษภาคม 2553

หน้า 144

หัวข้อ คณะกรรมาธิการทหารเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตอาวุธปืนและโรงงานผลิตกระสุนปืนของเอกชน

รายละเอียด คัดมาบางส่วน ดังนี้

บริษัท …..(ไม่ขอเอ่ยนาม)…….  ได้รับใบอนุญาตให้ตั้งโรงงานผลิตและประกอบอาวุธปืน
ได้เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2547 และในปัจจุบัน ได้รับการอนุญาตให้ใช้สิทธิบัตรในการประกอบ
และผลิตอาวุธปืน(จาก)โรงงานผู้ผลิตอาวุธปืนในต่างประเทศ  ( –>  คำว่า “จาก” ผมเติมเอง เพราะหนังสือน่าจะพิมพ์ตก)
สำหรับที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงกลาโหมให้ประกอบและผลิตอาวุธปืนได้แล้วก็มี อาร์มสกอร์,
เบเร็ตต้า, กล็อก, HS 2000 และสไตเออร์
กับที่กำลังยื่นขอใบอนุญาตต่อกระทรวงกลาโหม ได้แก่ อัลฟ่า, บรุคเกอร์แอนด์โทเม็ท, โคลท์, ซีแซด,
พารา-ออร์ดแนนซ์, ซิก-เซาเออร์, ชูตเตอร์ และสมิธแอนด์เวสสัน

รายงานโดย ท่านอาจารย์สุพินท์ สมิตะเกษตริน

เครดิต http://www.gun.in.th/board/index.php?topic=110566.0

ถามว่าผลิตได้มั้ย ขอตอบว่า…..ผลิต

ได้ แต่ต้องไปขออนุญาตจากรัฐมนตรีครับ

กฎหมายการขอและการออกใบอนุญาต

มาตรา ๙ ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการโรงงานผลิตอาวุธตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อรัฐมนตรี

ผู้ขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในรูปบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือบริษัทมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
กฎกระทรวงตามวรรคสองจะกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ขอรับใบอนุญาตระหว่างผู้ถือหุ้นซึ่งมีสัญชาติไทยกับผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือกำหนดคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ถือหุ้นซึ่งมีจำนวนหุ้นมากที่สุดตามลำดับลงมาห้าอันดับของผู้ขอรับใบอนุญาตไว้ด้วยก็ได้
การขอและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๐ ในการออกใบอนุญาต รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขไว้ในใบอนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติในเรื่องดังต่อไปนี้

(๑) ชนิด ปริมาณ และคุณภาพของอาวุธที่ผู้รับใบอนุญาตจะต้องผลิต
(๒) การขาย หรือจำหน่ายอาวุธให้แก่หน่วยงานตามมาตรา ๗
(๓) การรับข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการตามมาตรา ๖ เข้าฝึกอบรมการปฏิบัติงานในโรงงานผลิตอาวุธของผู้รับใบอนุญาต
(๔) การกำหนดชนิด คุณภาพ อัตราส่วน และแหล่งกำเนิดของวัตถุหรืออาวุธที่ใช้ในการผลิตอาวุธ
(๕) สถานที่เก็บวัตถุหรืออาวุธที่ใช้ในการผลิตอาวุธหรืออาวุธที่ผลิตขึ้น
(๖) มาตรการในการรักษาความลับในการผลิตอาวุธ
(๗) มาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการผลิตอาวุธ
(๘) การรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือผู้ถือหุ้นซึ่งมีจำนวนหุ้นมากที่สุดตามลำดับลงมาห้าอันดับของผู้รับใบอนุญาต หรือการรายงานการดำเนินการใดๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาต
(๙) มาตรการอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบอาวุธที่ผลิตขึ้นหรือเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการควบคุมการผลิตอาวุธตามพระราชบัญญัตินี้
(๑๐) เงื่อนไขอื่นใดที่จำเป็นเกี่ยวกับการผลิตอาวุธ

มาตรา ๑๑ ใบอนุญาตมีสี่ประเภทคือ

(๑) ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานทำอาวุธ
(๒) ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานประกอบอาวุธ
(๓) ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานซ่อมแซมอาวุธ
(๔) ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานเปลี่ยนลักษณะอาวุธ
ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานทำอาวุธให้ถือว่าได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงานประกอบ ซ่อมแซม และเปลี่ยนลักษณะอาวุธด้วย
ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรานี้ให้ถือว่าได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งอาวุธที่ได้รับใบอนุญาตให้ทำ ประกอบ ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนลักษณะ แล้วแต่กรณี
ซึ่งค่าธรรมเนียมสูงน่าดูในการขอใบอนุญาติ(พ.ศ. 2519)

มาตรา 11 ให้เพิ่ม อัตราค่าธรรมเนียมต่อไปนี้ไว้ท้ายคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 37 ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2519

อัตราค่าธรรมเนียม

(1) ใบอนุญาตตั้งโรงงานทำอาวุธ ฉบับละ 250,000 บาท
(2) ใบอนุญาตตั้งโรงงานประกอบอาวุธ ฉบับละ 100,000 บาท
(3) ใบอนุญาตตั้งโรงงานซ่อมแซมอาวุธ ฉบับละ 100,000 บาท
(4) ใบอนุญาตตั้งโรงงานเปลี่ยนลักษณะ อาวุธ ฉบับละ 100,000 บาท
(5) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ 250 บาท
(6) การต่ออายุใบอนุญาตตั้งโรงงานทำ อาวุธ ครั้งละ 25,000 บาท
(7) การต่ออายุใบอนุญาตตั้งโรงงาน ประกอบอาวุธ ครั้งละ 10,000 บาท
(8) การต่ออายุใบอนุญาตตั้งโรงงาน ซ่อมแซมอาวุธ ครั้งละ 10,000 บาท
(9) การต่ออายุใบอนุญาตตั้งโรงงาน เปลี่ยนลักษณะอาวุธ ครั้งละ 10,000 บาท”


Like ให้ด้วยจะดีมาก

You may also like...