ย้อนรอยปืนหายค่ายปิเหล็ง 413 กระบอก ผ่านไป 15 ปีตามกลับมาได้ 92 กระบอก

หลายเรื่องกลายเป็นความลับมืดดำมานานหลายปี โดยเฉพาะจำนวนอาวุธปืนที่ถูกปล้นไป มีเพียงข่าวว่าปล้นไปจำนวนมาก กว่าร้อยกระบอกบ้าง หลายร้อยกระบอกบ้าง กระทั่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ “ศูนย์ข่าวอิศรา” นำสำนวนการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ มาตีแผ่ว่าอาวุธปืนหายไปทั้งสิ้นถึง 413 กระบอก!

แต่นั่นก็เลยกลายเป็นข้อสงสัยต่อไปว่า ปืนทั้งหมดนั้นหายไปเพราะถูกปล้น หรือหายไปก่อนหน้านั้นแล้ว เพราะข่าวคราวหน่วยทหารหลายหน่วยในประเทศนี้ถูกลักลอบนำอาวุธในค่ายไปขายใน “ตลาดมืด” โดยฝีมือของกำลังพล “นอกแถว” ก็เคยปรากฏอยู่บ่อยครั้ง

หลายคนตั้งข้อสังเกตหากอาวุธปืนถูกปล้นไปถึง 413 กระบอกในคราวเดียวจริง และมีทหารที่รักษาการอยู่ในค่ายต้องสังเวยชีวิตถึง 4 นาย การปล้นต้องใช้กำลังคนเท่าไหร่ ใช้ยานพาหนะอะไรมาขนอาวุธปืนไป ขนแล้วเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน กลายเป็นมหกรรมปล้นปืนครั้งมโหฬารที่น่าแปลกใจไม่น้อยว่าเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวไม่ได้ระแคะระคายมาก่อนเลยหรือ

ยิ่งไปกว่านั้น ระยะเวลาที่ผ่านมานานถึง 15 ปี ฝ่ายความมั่นคงกลับตามปืนคืนมาได้เพียง 92 กระบอก หรือไม่ถึง 1 ใน 4 ที่อ้างว่าถูกปล้นไป ทำให้คนที่เฝ้าติดตามสถานการณ์คิดไปได้หลายทาง

ขณะที่ข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งว่าด้วยการสอบสวนว่าค่ายทหารถูกปล้นได้อย่างไร และใครต้องรับผิดชอบ ก็ดูจะกลายเป็น “ความลับทางราชการ” ที่ปลิวหายไปกับสายลม มีเพียงข่าวกระเซ็นกระสายว่าผู้พันที่รับผิดชอบค่ายในวันปล้นปืน ปัจจุบันก็ยังอยู่ในราชการด้วยซ้ำ เพียงแต่เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่…

ส่วนเรื่องที่แทบไม่มีใครสนใจเลยยิ่งกว่า ก็คือชุมชนชาวบ้านรอบๆ ค่ายเขาอยู่กันอย่างไร วิถีชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เพราะผู้คนทั่วทั้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และคนจำนวนไม่น้อยในประเทศไทย จดจำได้ว่า “ค่ายปิเหล็ง” ซึ่งเรียกตามชื่อหมู่บ้าน “ปิเหล็งใต้” อันเป็นสถานที่ตั้งของค่ายกองพันพัฒนาที่ 4 นั้น เป็นสถานที่ที่เคยเกิดเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งใหญ่ และเป็นสัญลักษณ์ของเหตุรุนแรงอันเป็นจุดเริ่มต้นของ “ศักราชใหม่ไฟใต้” ที่ยืดเยื้อยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

“รู้สึกแย่ตอนที่เวลาไปไหนมาไหนแล้วคนนอกพื้นที่มักมองว่าที่ปิเหล็งดุ เป็นพื้นที่น่ากลัว แต่จะมีใครรู้บ้างว่าคนปิเหล็งอยู่ด้วยกันได้ สามารถพึ่งพาซึ่งกันและกันได้ คนปิเหล็งเป็นมิตรกับทุกคน”

เป็นเสียงของ อำนวย หน่อโท๊ะ วัย 39 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหญิงแห่งตาโง๊ะ หมู่ 2 ต.มะรือโบออก หนึ่งในหมู่บ้านที่อยู่รอบๆ ค่ายปิเหล็ง

นางเล่าประสบการณ์การถูกมองในแง่ลบอย่างออกรส…

“ฉันเคยไปโรงพยาบาลในเมืองนราธิวาส แรกๆ เขาจะพูดดี แต่พอรู้ว่าเรามาจากปิเหล็ง ความรู้สึกที่ดีๆ ตอนแรกเริ่มหายไป แล้วก็บอกว่าปิเหล็งน่ากลัว อย่างคนข้างนอกพื้นที่ก็เหมือนกัน เวลาพูดถึงเจาะไอร้อง ทุกคนมักมองมาที่ปิเหล็ง เพราะต้นเหตุที่ไฟใต้ปะทุเกิดจากที่นี่ ทั้งที่เหตุการณ์ในพื้นที่นี้เกิดขึ้นแค่ครั้งนั้นแล้วก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกเลย แต่คนยังมองว่าที่นี่น่ากลัว ก็รู้สึกเครียดทุกครั้งเวลาต้องออกไปข้างนอกและได้ยินคนพูดถึงหมู่บ้านของเราในมุมนี้” ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหญิง กล่าว

จากการย้อนตรวจสอบสถิติเหตุรุนแรงที่ปิเหล็ง พบว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ไม่นับเหตุการณ์ปล้นปืน เคยเกิดสถานการณ์ที่เข้าข่ายความไม่สงบเพียง 2 ครั้ง และทั้ง 2 ครั้งก็เป็นลักษณะก่อกวน แม้หนึ่งในนั้นจะเป็นเหตุระเบิด แต่ก็ไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย ขณะที่มีคนจากปิเหล็งเคยไปโดนสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บจากนอกพื้นที่ในลักษณะถูกลูกหลง

เรียกว่าถ้าวัดปรอทความรุนแรงที่ปิเหล็ง อัตราความร้อนแรงของสถานการณ์ดูจะต่ำกว่าหลายๆ พื้นที่ที่ทางราชการเตรียมยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเสียอีก


ที่มา : สำนักข่าวอิศรา


Like ให้ด้วยจะดีมาก

Loading...

You may also like...