ทำไมประชาชนธรรมดาถึงซื้อปืนแพงกว่าราชการเท่าตัวทั้งที่ต้นทุนเท่ากัน

เคยสงสัยมั้ยครับว่า เพราะอะไรทำไมประชาชนธรรมดาถึงซื้อปืนแพงกว่าราชการเท่าตัว ทั้งที่ต้นทุนเท่ากัน ผมขออนุญาตนำความคิดเห็นส่วนหนึ่งจากในกระทู้ของเว็บ gun.in.th มาให้อ่านนะครับ

ผมรับราชการนะครับและใช้สิทธิซื้อปืนสวัสดิการ  ขอให้ความเห็นดังนี้ครับ

1.อย่างแรกเลย  ปืนสวัสดิการกระบอกที่ผมใช้สิทธิซื้อคือ ชาร์เตอร์อาร์ม .38 ราคาสวัสดิการ  คือ 46900 บาท (ราคา  ณ ตอนที่ซื้อ เมื่อปีที่แล้ว) ไม่มีปืนยอดนิยมราคาแพงในครอบครองปัจจุบันแต่อย่างใด ไม่มีเลสแบร์ ไม่มีคิมเบอร์ ที่ราคาเหยียบแสน(แม้จะเป็นราคาสวัสดิการก็ตาม)  และที่สำคัญเงินที่เอาไปซื้อก็กู้เค้ามายังผ่อนไม่หมดเลย    แถมไม่เห็นใครที่เป็นเอกชนทั่วไปพอเห็นปืนผมแล้วจะชมเลยว่าคุณนี้เป็นข้าราชการที่ดีนะซื้อปืนราคาเหมาะสม  มีแต่ท้วงว่าทำไมไม่เอา สมิธ – -” ไม่เอาปืนยอดนิยมกระบอกแพงๆอื่นๆ
ปืนนี้มันไม่ดีอย่างนั้นโน่นนี้

ที่ผมแจ้งให้ทราบแบบนี้คืออยากจะบอกว่า  ในหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง  หรือที่ใดที่หนึ่งย่อมต้องมีบุคคลไม่ดีหรือชอบฉวยโอกาสใช้สิทธิที่ตัวเองมีกระทำการที่ไม่ถูกไม่ควรหรือกอบโกยผลประโยชน์แก่ตนเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่า “ทุกคน” ในที่แห่งนั้นจะทำผิด  ข้าราชการเองก็มีแน่ละบุคคลที่ใช้โอกาสและสิทธิที่ตนเองมีใช้มาซื้อปืนที่ราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดเพื่อเก็บไว้เก็งกำไรหรือกอบโกยผลประโยชน์ต่างๆ(ตามที่มีเพื่อนๆได้ให้ความเห็นมา)  แต่ก็ยังมีข้าราชการอีกหลายท่านเงินเดือนน้อยได้ประโยชน์จากการมีโครงการปืนสวัสดิการและซื้อปืนมาเพื่อใช้ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของตนเองโดยไม่ได้มามุ่งหวังเอามาขายต่อเอากำไรแต่อย่างใด  ผมกับเพื่อนที่สำนักงานก็ใช้สิทธิสวัสดิการซื้อกันคนละกระบอกพอ  แถมเป็นข้าราชการแต่ไม่ใช่ข้าราชการฝ่ายพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สามารถพกพาอาวุธปืนได้  ก็ไม่มีสิทธิพกพาอาวุธปืนได้เหมือนกัน

จะขอยกตัวอย่างงานที่ต้องรับแรงกดดัน  ไปตรวจกิจการของเอกชนที่ถูกร้องเรียนว่าทำผิดกฎหมาย  ปรับไปแค่ 2000 บาท  ต่อมาเจอคนตามมาขู่(ใช้ชื่อผู้มีอิทธิพลข่มขู่) อีก  ซื้อปืนมาก็ต้องเก็บไว้ยังสงสัยถ้าออกไปตรวจสอบงานที่ไหนนอกสำนักงานแล้วถูกดักยิงดักทำร้ายระหว่างทางจะทำยังไง

หรือกลับกันเราไปดูบริษัทเอกชนสมมุติว่าเป็นบริษัทด้านการขนส่งสินค้าละกัน(ย้ำว่าสมมุตินะ)  ก็ยังเคยมีข่าวให้เห็นว่ามีเอกชนบ้างแห่งเหมือนจะทำธุรกิจร่ำรวยแต่มีคนในบริษัทนั้นดันถือโอกาสใช้กิจการสุจริตบังหน้าขนของบผิดกฎหมายหรือทำผิดกฎหมายก็แยะ (แต่ก็ใช่ว่า “ทุกคน” ในบริษัทนั้นจะรู้เห็นด้วยซะหน่อย) การให้ความเห็นของเพื่อนๆบางท่านที่ไปเน้นแต่ข้าราชการบุคคลที่มีเงินซื้อปืนได้ที่ละแยะๆหรือราคาแพงๆหรือถือโอกาสเอามาทำกำไรอย่างเดียวแล้วจะเหมารวมว่าทุกคนที่เป็นข้าราชการจะทำแบบนั้นมันไม่เหมาะสมเลยครับ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปืนสวัสดิการ

2.ชื่อมันบอกอยู่แล้วครับว่าปืน “สวัสดิการ”  

คือ  ถ้ามองว่าราชการเป็นหน่วยงานอย่างหนึ่งที่มีสวัสดิการให้กับผู้อยู่ในหน่วยงานหรือองค์กร  มันก็ต้องถือเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่งย่อมไม่เหมือนหรือแตกต่างหรือเป็นการเฉพาะกับหน่วยงานนั้นๆ  เช่น  บริษัท ก. ก็ย่อมจะมีสวัสดิการไม่เหมือนกันกับองค์กรหน่วยงานราชการ ข. ถ้านำมาเปรียบเทียบแบบนั้น ในทางกลับกันเราเดินไปเปิดรายการสวัสดิการของบริษัทเอกชนไหนสักแห่งก็ต้องมีสักรายการละครับที่เอกชนมีสวัสดิการนั้นแต่หน่วยงานราชการไม่มี  แล้วก็ต้องมาตั้งคำถามอีกว่าทำไมสวัสดิการของบริษัท ก. ข้อนี้มันถึงมีหรือดีกว่าของราชการละ  ไม่ยุติธรรม

สำหรับท่านที่กำลังจะให้ความเห็นว่าท่านเป็นเอกชนที่ไม่ได้อยู่ในบริษัท ก็ต้องขอบอกเลยว่ามันก็เหมือนกันคือในเมื่อท่านไม่ได้เป็นบุคคลในองค์กรนี้ หรือ ไม่ได้เป็นบุคคลในองค์กรใดก็ตามท่านก็ย่อมจะไม่สามารถมีสวัสดิการได้เหมือนบุคคลผู้อยู่ในองค์กร  หรือบริษัทนั้นๆเช่นกัน  เช่น  ท่านขายของเปิดร้านส่วนตัว  แล้วท่านจะบอกว่าพนักงานบริษัทโน่นทำไมได้สวัสดิการแบบนั้นแล้วผมไม่ได้….แบบว่า..

สำหรับท่านที่กำลังจะท้วงว่าเรากำลังพูดถึงสิทธิ การซื้อปืนของข้าราชการทำไมได้สิทธิซื้อได้ในราคาถูกกว่าเอกชนนะผมไปพูดถึงบริษัท อะไรทำไม  คือ  ผมอธิบายให้เห็นว่ามันเป็น  “สวัสดิการ” ครับ  ไม่ได้เป็นการจงใจเอาเปรียบเอกชนหรือประชาชนทั่วไป  เหมือนพนักงานบริษัท ก.ที่ต้องได้รับสวัสดิการต่างไปจาก บริษัท ข. นั้นเอง (สวัสดิการบางอย่างที่กำหนดตมกฎหมายอาจมีเหมือนกัน แต่สวัสดิการบางอย่างที่กฎหมายไม่ได้บังคับก็อาจต่างกันไป)

3.ยอมรับเช่นกันว่าระบบโครงการปืนสวัสดิการของข้าราชการนี้ยังมีชุดอ่อนอยู่   สำหรับผมคิดว่าถ้าจะเสนอก็อย่างเสนอให้แก้ไขรายละเอียดว่า

3.1 ให้สิทธิซื้อได้คนละไม่เกิน 2 กระบอก (ใช้งาน 1 กระบอก สำรอง 1 กระบอกพอ) กันคนซื้อหลายกระบอกไปทำกำไร

3.2 กำหนดรุ่นปืนและราคาให้เหมาะสม และไม่ต้องแยะหลายรุ่นหลายขนาดเหมือนทุกวันนี้นี้  เช่น

3.2.1 ตำรวจ ก็ อาจให้เป็น G21 sf .45 ออโตฯประจำกาย กับ  .38  sp101 รูเกอร์ พอ คือถ้าจะซื้อให้ซื้อได้แค่ สองรุ่นนี้คนละไม่เกิน 2 กระบอก  จะซื้อเพิ่มได้ในกรณีปืนชำรุดเสียหายจนซ่อมไม่ได้  และที่สำคัญถ้าจะขอซื้อใหม่ในกรณีนี้ต้องมีซากปืนกระบอกที่พังไปแสดงให้นายทะเบียน ที่วังไชยาเป็นผู้อนุญาต “เท่านั้น”

3.2.2 หน่วยงานทางปกครอง เช่น มหาดไทย   อบต.  เทศบาล. ให้เฉพาะตำแหน่งที่เสี่ยงภัยจริงๆเช่น  เจ้าพนักงานป้องกันภัยฯ  นิติกร  นักสืบสวนสอบสวน (หรือตำแหน่งใดที่ต้องไปบังคับใช้กฎหมายและอาจมีอันตรายจากการทำหน้าที่)  ปืนให้รุ่นเดียวพอ คือ px4 comฯ 9 มม. กระบอกเดียวพอ อะไรแบบนี้

3.2.3 หรือ หน่วยงานราชการออกแบบผลิตปืนเองใช้หรือขายให้บุคคลในราชการเท่านั้นก็พอ เช่น 9 มม.(รุ่นอะไรก็แล้วแต่ที่ไทยผลิตเอง) สมมุติให้ชื่อรุ่น  “ไพรีพินาศ” ราคาเดียวกันทุกหน่วยงาน คือไม่ขายให้เอกชน ให้เอกชนไปซื้อปืนหน้าร้านราคาปกติ  ส่วนหน่วยงานราชการถ้าคุณอยากซื้อปืนต้องไปซื้อปืนรุ่นนี้ที่ไทยผลิตเองเท่านั้น  ราคาเดียวกันทุกกระบอกเพราะหน่วยงานราชการผลิตเองขายเองไม่ผ่านร้านค้า  แยกให้ออกต่างหากไปเลย  แค่นี้ก็หมดปัญหาปืนแพงถูกไม่เท่ากันระหว่างเอกชนซื้อกับข้าราชการซื้อเพราะปืนรุ่นที่ข้าราชการมีสิทธิซื้อสวัสดิการ จะไม่ขายให้เอกชนทั่วไป  จึงไม่มีทางที่จะมีราคาเปรียบเทียบได้ (ที่มีปัญหาตอนนี้เพราะปืนรุ่นเดียวกัน เอกชนซื้อราคาหนึ่ง ข้าราชการซื้ออีกราคา)

และแน่นอนปืนสวัสดิการนี้ห้ามขาย โอนให้เอกชนยกเว้นโอนทางมรดกเท่านั้นพอเท่านี้ก็จะได้ประโยชน์ทั้งฟื้นฟูความรู้การผลิตอาวุธปืน และหาลูกค้ารองรับปืนไทยผลิตเองได้


ที่มา : gun.in.th


Like ให้ด้วยจะดีมาก

Loading...

You may also like...