ปืนหายช่วงเสื้อแดงปี 53 100 รายการ ได้กลับคืนมาเพียง 29 รายการ

“กองทัพบก” แจงอาวุธอุปกรณ์หายช่วงม็อบเสื้อแดงปี 53 รวม 86 รายการ ชี้ได้กลับคืนมาเพียง 29 รายการ เร่งติดตามกลับคืน

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และ คสช. กล่าวว่า กองทัพบกยังคงติดตามกรณีอาวุธ อุปกรณ์ และยานพาหนะของกองทัพบกถูกยึด และถูกทำลายให้เสียหายจากเหตุการชุมนุมทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการชุมนุมทางการเมือง ปี 53 ที่พบมีการใช้ความรุนแรงของมวลชนและแนวร่วมบางส่วนอย่างกว้างขวาง และมักจะกระทำกับ สถานที่ราชการ องค์กรอิสระ สถานที่สำคัญต่างๆ แม้กระทั้งวัด รวมถึงประชาชน และ เจ้าหน้าที่ อย่างกว้างขวางในหลายๆ พื้นที่

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 ที่เริ่มมีสัญญานความรุนแรงขั้นสูงถึงขั้น มีการบาดเจ็บเสียชีวิต ของ เจ้าหน้าที่ทหาร และประชาชน มีการยึดอาวุธ และยุทโธปกรณ์ไปจากเจ้าหน้าที่ในขณะปฏิบัติหน้าที่บ้าง ก็มีการทำลายให้อุปกรณ์และยุทโธปกรณ์ได้รับความเสียหาย ซึ่งสัญญานแนวโน้มความรุนแรงอื่นๆ ก็ดูจะเพิ่มระดับขึ้น เช่น มีการพยายามทำร้าย หรือคุกคามความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของบุคคลสำคัญ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องเข้าดำเนินการตามคำสั่งของรัฐบาลขณะนั้น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พ.อ.วินธัย สุวารี

ส่วนความเสียหายในส่วนของอาวุธและยุทโธปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ทหาร พบว่ามีเฉพาะเมื่อ ปี 53 ที่มีทั้งถูกประทุษร้ายทำลายและถูกยึด 1.เหตุการณ์ที่ เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เมื่อ 10 เม.ย. 53 เวลากลางวัน มียอดปืนถูกยึด ประกอบด้วย ปืนเล็กยาวทราโวร์ จำนวน 12 กระบอก ภายหลังได้คืนมาจำนวน 10 กระบอก เมื่อ 25 พ.ย.55 คงเหลือ 2 กระบอก, ปืนลูกซองจำนวน 35 กระบอก ได้คืนมา 15 กระบอก เมื่อวันที่ 3 ม.ค.56 คงเหลืออีก 20 กระบอก เป็นอาวุธของกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 29 (ร.29 พัน.1) ของค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี นอกจากนี้ในช่วงเย็นได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทำลายยานพาหนะทหารบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าเสียหายอีกหลายคัน และได้แจ้งความที่ สน.บางยี่ขัน ทั้งนี้เหตุการณ์ข้างต้นทั้งหมด พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาปล้นทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์สรุปสำนวนส่งฟ้องศาลอาญา (รัชดา) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสืบพยานขอศาลอาญา

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า 2.เหตุการณ์ที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ10เม.ย.53 เวลากลางคืน มีปืนถูกยึดประกอบด้วยปืนเล็กยาวทราโวร์ 13 กระบอก ได้คืน 3 กระบอก เหลืออีก 10 กระบอก (หน่วย ร.19 พัน.1)ของเป็นอาวุธของกองพันทหารราบที่1กรมทหารราบที่19 , ปืนลูกซอง3 กระบอก ยังไม่ได้คืน ของหน่วย ของกองพันทหารราบที่3กรมทหารราบที่19 (ร.19 พัน.3) ปืนเล็กยาวเอ็ม.16 เอ 1 จำนวน 1 กระบอก ยังไม่ได้คืน ของกองพันทหารม้า กรมทหารม้าที่19 (หน่วย ม.พัน.19) ทั้งหมดแจ้งความไว้ที่ สน.ชนะสงคราม และอยู่ระหว่างการสอบสวนของกรมสอบสวนคดี

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า 3.เหตุการณ์ที่ แถวบางขุนพรม เมื่อ10เม.ย.53) ปืนเล็กยาว.เอ็ม.16 เอ.2 จำนวน 4 กระบอก ยังไม่ได้รับคืน ของกองพันที่2ศูนย์การทหารราบ (ศร. พัน.2) แจ้งความไว้ที่ สน.นางเลิ้ง 4. เหตุการณ์ที่หน้า รร.สตรีวิทยา เมื่อ10เม.ย.53 เวลากลางคืน มีปืนกลรุ่น59 จำนวน 6กระบอก , ปืนเล็กยาวเอ็ม.16 เอ.2จำนวน 5 กระบอก ได้คืน 1 กระบอกเหลือ 4 กระบอก ,ปืนรอสซี่ 3 กระบอก , ปืนพกสั้น .45 2 กระบอก เป็นอาวุธของหลายหน่วย แจ้งความไว้ที่ สน.นางเลิ้ง

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า 5.เหตุการณ์ที่หน้า รร.สตรีวิทยา เมื่อ 10 เม.ย.53 เวลากลางคืน มี รถสายพานลำเลียง 85 เสียหาย จำนวน 6คัน, รถยนต์ เสียหาย 3 คัน แจ้งความไว้ที่ สน.นางเลิ้ง 6.เหตุการณ์ที่แยกมัฆวาน และ แยกเทวกรรม เมื่อ10เม.ย.53 เวลากลางวัน มีถูกยึดกระบองยิงกระสุนยาง 2 กระบอก ยังไม่ได้คืน , มีรถบรรทุก เอ็ม35.เสียหาย 2คัน,เสื้อเกราะหาย 2ตัว ยังไม่ได้คืน แจ้งความไว้ที่ สน.นางเลิ้ง 7.เหตุการณ์ที่ถนนตะนาว เมื่อ 10 เม.ย.53 เวลากลางวัน มีถูกยึดชุดควบคุมฝูงชน เครื่องมือสื่อสารทางทหาร และอุปกรณ์ของเสนารักษ์ รวมทั้งมีทำลายยานพาหนะอีกเป็นจำนวนมากแจ้งความไว้ที่ สน.ชนะสงคราม

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า 8.เหตุการณ์ที่ มักกะสัน เมื่อ 14 พ.ค.53 เวลากลางวัน ปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก ยังไม่ได้คืนแจ้งความไว้ที่ สน.มักกะสัน ซึ่งศาลพิพากษาจำคุก นายคำหล้า ชมชื่น จำนวน 10 ปี ส่วนผู้เกี่ยวข้องที่เหลืออยู่ระหว่างออกหมายจับ 9.เหตุการณ์ที่ ซอยหมอเหล็ง มักกะสัน เมื่อ 14 พ.ค.53 เวลากลางวัน มีเสื้อเกราะถูกยึดไป 14 ตัว ยังไม่ได้คืน ,มีรถยนต์เสียหาย 1คัน ของกองร้อยกองบังคับการ กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร้อย บก.ร.1 รอ.)แจ้งความไว้ที่ สน.มักกะสัน และ 10. เหตุการณ์ที่ ใต้ด่วนดินแดง เมื่อ 16 พ.ค.53 เวลาประมาณตีสี่ มีเสื้อเกราะถูกยึดไป 14 ตัว ยังไม่ได้คืน ,มีรถยนต์เสียหาย 1 คัน.(ของ ร้อย บก.ร.1 รอ.) แจ้งความไว้ที่ สน.มักกะสัน

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ในเรื่องของอาวุธ และยุทโธปกรณ์ ที่ถูกประทุษร้ายไปยังคงอยู่ในระหว่างติดตามและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้ทางราชการ แม้ว่าบางคดีพนักงานอัยการได้สั่งงดการสอบสวนเนื่องจากความพร้อมของหลักฐาน

สำหรับสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองปี 56 -57 โดยเฉพาะเป้าหมายการใช้ความรุนแรง มักเกิดกับเฉพาะกับประชาชนที่มาร่วมชุมนุม กับ กลุ่ม กปปส.เป็นหลักเท่านั้น สถานการณ์ความรุนแรงอื่นๆ จะไม่ค่อยปรากฏ ซึ่งถือว่ามีบริบทที่แตกต่างกับสถานการณ์เมื่อปี 53

ดังนั้นภาพรวมการบริหารจัดการเพื่อรักษาความสงบและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินย่อมมีความแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ แต่หลักๆ คงขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงมากกว่า ไม่ใช่เรื่องของชื่อกลุ่มว่าเพราะเป็น นปช. หรือ กปปส. จึงไม่ใช่เจ้าหน้าที่มีการเลือกปฏิบัติ อย่างที่บางคนพยายามบิดเบือนโดยเชื่อว่ามุมมองทั้งภายในและภายนอกประเทศก็คงจะเข้าใจ และเห็นชัดกับบริบทที่แตกต่างได้ชัดเจนเช่นกัน

(ภาพประกอบเฉยๆ)


ที่มา : bangkokbiznews


Like ให้ด้วยจะดีมาก

You may also like...

watch anime online free watch movies free online watch tv series online free free watch movies online myflixer flixtor watch series online free watch series soap2day movies watchmovieshd watch series hd