ระหว่างปืนผิดมือ vs ปืนเถื่อน อันไหนโทษหนักกว่ากัน

ตามพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176, 185

ศึกษาจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7263/2552 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91, 371 ริบอาวุธปืนของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง. 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ จำเลยกระทำความผิดในเวลาเดียวกันต่อเนื่องติดต่อกัน จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท จึงต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยแต่เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 นั้น แม้ปัญหานี้จะมิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 4 แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรวินิจฉัยให้เห็นว่าความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เมื่อจำเลยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองดดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำเลยย่อมมีความผิดฐานนี้แล้ว และเมื่อจำเลยยังพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตด้วย จำเลยก็ต้องฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตอีกฐานหนึ่งด้วยเพราะความผิดทั้งสองฐานอาศัยเจตนาในการกระทำความผิดต่างกันซึ่งต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยเป็นความผิดสองกรรมต่างกันชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ที่จำเลยฎีกาว่า อาวุธปืนของกลางเป็นของมารดาจำเลยที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย มิใช่เป็นอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนดังที่โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง เมื่อคดีนี้มารดาจำเลยมายื่นคำร้องขอคืนอาวุธปืนของกลาง ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องโดยมีหมายเรียกอาวุธปืนของกลางมาตรวจสอบปรากฎว่ามีหมายเลขทะเบียนอยู่จริง และมีคำสั่งให้คืนอาวุธปืนของกลางให้แก่มารดาจำเลยไปแล้ว ข้อเท็จจริงต้องฟังตามที่ศาลชั้นต้นไต่สวนได้ความแล้วว่า อาวุธปืนของกลางเป็นอาวุธปืนของมารดาจำเลยซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย และจำเลยเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครองมีคุณความดีอยู่บ้าง ขอให้ลงโทษจำเลยสถานเบาโดยรอการลงโทษด้วยนั้น เห็นว่า คดีนี้แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้และกระสุนปืน 3 นัด อันเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนตามกฎหมายใช้ยิงร่วมกันได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายและจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องโดยไม่สืบพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่พิจารณาจากฎีกาของจำเลยประกอบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ได้ความจากการไต่สวนแล้วว่า อาวุธปืนของกลางเป็นของมารดาจำเลยซึ่งได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนอาวุธปืนของกลางให้แก่มารดาจำเลยแล้ว โดยโจทก์มิได้แก้ฎีกาหรือโต้แย้งให้เห็นอย่างอื่น ข้อเท็จจริงในชั้นนี้จึงต้องฟังตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้ว่า อาวุธปืนของกลางเป็นอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย การที่จำเลยมีอาวุธปืนของกลางไว้ในครอบครองจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม เท่านั้น และเมื่อข้อเท็จจริงได้ความจากการไต่สวนเช่นนี้แล้วจึงฟังข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและคำให้การรับสารภาพของจำเลยต่อไปอีกไม่ได้เพราะเห็นได้ชัดว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง จึงต้องลงโทษจำเลยตามความผิดที่จำเลยได้กระทำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225 ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาโดยรอการลงโทษด้วยนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎว่าอาวุธปืนของกลางเป็นอาวุธปืนที่มีหมายเลขทะเบียนและอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายแล้วเช่นนี้ การกระทำความผิดของจำเลยจึงไม่ร้ายแรงมากนักทั้งอาวุธปืนของกลางก็เป็นของมารดาจำเลยเอง จึงกำหนดโทษจำเลยเสียใหม่ให้เหมาะสม ฎีกาของของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะให้ลงโทษปรับ 5,000 บาท อีกสถานหนึ่ง รวม 2 กระทง เป็นโทษจำคุก 12 เดือนและปรับ 10,000 บาท ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4


ที่มา :


Like ให้ด้วยจะดีมาก

You may also like...

fmovies moviesjoy 123 movies 123 tv shows hd 123moviesfree 123movie watch tv shows online free watch tv shows online watch anime free online watch movies online free watch tv shows online watch free movies online myflixer flixtor watch series online free swatchseries soap2day watchmovieshd watchserieshd