รายชื่ออาวุธปืนที่ไทยเคยผลิตใช้เอง

รายชื่ออาวุธปืน

1.HK33 (ปลย.11)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลย 11

ปลย.11  เป็นอาวุธมาตรฐานที่มีใช้ในกองทัพบก  เป็นอาวุธประจำกาย  ซึ่งมีอำนาจในการยิงทั้งการรบในแบบ  และนอกแบบ  เพื่อเพิ่มพูนสมรรถภาพ  นศท.แต่ละบุคคลเมื่อถึงคราวจำเป็นจะต้องใช้อาวุธเสริมสร้างความชำนาญ  2  ประการ

ลักษณะเด่น

-เป็นอาวุธประจำกายทหารออกแบบสร้างโดยบริษัทเฮกเลอร์และโค้ชประเทศเยอรมนี

-ระบายความร้อนด้วยอากาศ

-เป็นอาวุธที่ออกแบบให้สามารถทำการยิงได้ทีละนัดและเป็นชุดจากท่ายิงทุกท่า

-มีความกว้างปากลำกล้อง  5.56  มม.

-ทำงานด้วยการถอยหลังของส่วนเคลื่อนที่

-เป็นการยิงจากลักษณะหน้าลูกเลื่อนแบบลูกกลิ้ง

-ป้อนกระสุนด้วยกระสุนชนิด  20  นัด  และ  40  นัด

-เป็นปืนที่ติดกล้องเล็งและกล้องอินฟราเรดได้

-สามารถทำการยิงลูกระเบิดยิงจากปืนเล็งก็ได้

-ทำการยิงกระสุนซ้อมรบได้  เมื่อสวมปลอกทวีความถอยแทนปลอกลดแสงที่ปากลำกล้อง

-สามารถสวมกล้องรอง  เพื่อใช้ยิงกับกระสุนขนาด  5.6  มม. X  16  มม.  ได้

2.Siamese Mauser (ปลย.45)

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

ปืนเล็กยาว ร.ศ. 121 หรือ ปืนเล็กยาว แบบ 45 (ปลย. 45) เป็นปืนเล็กยาวแบบลูกเลื่อนบริหารกลไกด้วยมือ ใช้กระสุนขนาด 8×50 มม. แบบหัวป้าน (8×50 mm. R Siamese Mauser Type 45) เข้าประจำการเมื่อปี พ.ศ. 2445-2446 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องจากเดิมกองทัพสยามเคยสั่งซื้อปืนเล็กยาว Steyr-Mannlicher M1888 หรือ ปืนเล็กยาว แบบ 33 (ปลย. 33) จากประเทศออสเตรียมาใช้งานเมื่อปี พ.ศ. 2433 ซึ่งปืนรุ่นดังกล่าวใช้ระบบลูกเลื่อนดึงตรงแบบสองจังหวะและใช้กระสุนขนาด 8×50 mm. R Mannlicher ซึ่งปืนดังกล่าวไม่เป็นที่พึงพอใจในประสิทธิภาพมากนัก จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการออกแบบโดยยึดรูปแบบปืนเล็กยาว Swedish Mauser M1894 ขนาด 6.5×55 มม. ของประเทศสวีเดนเป็นหลัก และด้วยการที่ปืนเล็กยาวรุ่นนี้ใช้ระบบลูกเลื่อนแบบ Mauser จึงมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษด้วยว่า “Siamese Mauser M1902/M1903”

3.Colt Star Model M .38 Super (ปพ. 80)

จากหลักฐานของฝรั่งว่า ทบ.ไทยคงซื้อลิขสิทธิ์มาในปี ค.ศ.1935 (พ.ศ.2478) และสั่งเครื่องจักรใหม่เพื่อเปิดสายการ
ผลิต เช่น แบบจับยึด (Jig and Fixtures) เครื่องเจาะ เครื่องกลึงต่างๆ ของบริษัท Greenwood & Batley จากประเทศ
อังกฤษ เครื่องมือชุดนี้สามารถผลิตปืนพกได้ 20 – 25 กระบอกต่อวัน โดยทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ราคาเครื่องจักรเป็น
เงิน 24,000 ปอนด์ โดยต้องส่งมอบเครื่องจักรทั้งหมดและตัวอย่างปืนจำนวนหนึ่งมาเพื่อพิสูจน์ว่าใช้ทำปืนได้จริง
ภายใน 117 สัปดาห์ (2 ปี 3 เดือน) ซึ่งตรงกับเดือนมีนาคม ค.ศ.1936 (พ.ศ.2479)

แต่แล้วแผนเกิดหยุดชะงักลงเมื่อปี ค.ศ.1936 – 39 เกิดสงครามกลางเมืองครั้งใหญ่ในประเทศสเปน โรงงานสตาร์
ถูกถล่มราบเป็นหน้ากลองคนงานหนีตายกันจ้าละหวั่น เอกสารหายสูญไปหมด แม้แต่ปืนต้นแบบในห้องเก็บก็ถูกปล้น
เอาออกไปรบ สตาร์จำต้องเลิกส่งคนมาช่วยติดตั้งเครื่องจักรและทดสอบการผลิตในกรุงเทพ

ฝรั่งไปพบปืนตัวอย่างที่ผลิตจากอังกฤษ มีตราประทับชื่อบริษัท Greenwood & Batley ตรากงจักร และชื่อปืนพกแบบ
80 ตอกอยู่ที่สไลด์ ด้วยเหตุนี้เองแม้แต่กรมสรรพาวุธของเราก็เข้าใจผิดหลงบันทึกในทะเบียนปืนเก่าว่ามีปืนพกทำจาก
เมืองผู้ดีเหลือคงคลังอีกหลายสิบกระบอก มิใช่มีสายเลือดกระทิงดุสเปนแต่อย่างใด ปืนที่พบในอเมริกายังมีประหลาด
อีกชนิดคือ ปืนพกกล ปพ.80 ซึ่งคงสร้างเพื่อทดลองตามแผนในใจของราชการไทย

ดูจากเหตุการณ์อันวุ่นวายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จนทางการให้มีการย้ายเครื่องจักรบางส่วนไปหลบลูกระเบิดแล้ว

ต่อมาคงสั่งระงับการผลิตไปเลย และอาจทำให้มี ปพ. 80 อยู่ในโลกไม่เกิน 100 กระบอก

4.Colt m1911a1 (ปพ.86)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปพ 86

ครั้นสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ปืนโคลท์ M1911A1 ขนาด 11 มม. จากอเมริกาในชื่อใหม่ว่า ปพ.แบบ 86 ได้เป็นปืนพก
มาตราฐานของราชการไทย แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ ในปี พ.ศ.2498 ทบ. เกิดขาดแคลนปืนพกขึ้นอีกรอบ เดือด
ร้อนถึงเหล่าผู้สำเร็จการศึกษานายร้อย จปร. ไม่มีปืนพกประจำตัว กรมสรรพาวุธทหารบกจึงนำแบบปืนสตาร์ ปพ. 80
มาปัดฝุ่นขยายให้เป็นปืนขนาด 11 มม. ด้วยเครื่องจักรที่สั่งมาไว้เกือบ 20 ปีก่อน กลายเป็น “ปืนพกแบบ 95” (ปพ.95)
จ่าคาดว่าช่างไทยคงแอบลองทำไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2495 แล้วจึงมีชื่อรุ่นอย่างนี้

หนังสือฉลอง 90 ปี กรมสรรพาวุธว่าไว้มี ปพ.95 เพียง 300 กระบอก จำหน่ายแก่นายทหารที่จบในปี พ.ศ.2499 เดี๋ยว
นี้แต่ละท่านก็สิ้นสุดอายุราชการไปหมดแล้ว แต่ใครจะไปนึกว่ามีปืน 11 มม. ที่มียอดผลิตแค่ 300 กระบอกในโลกอยู่
ในมือ ปพ.95 รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นดั้งเดิมคือมีเข็มแทงชนวน ใช้แบบแท่งมีสลักล็อกท้ายของสตาร์

5.ปพ.95/03

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 ทางกรมก็นำ ปพ.95 ที่ยังอยู่คงคลังกลับมาเปลี่ยนเข็มแทงชนวนให้เป็นแบบมีแป้นปิดท้าย
เหมือนโคลท์ที่แข็งแรงกว่าและถอดง่ายกว่าเพราะการถอดแบบของสตาร์นั้นต้องตอกศูนย์หลังออกก่อนด้วยจึงจะ
เอาเข็มแทงชะนวนออกมาได้ ซึ่งทางการต้องเปลี่ยนสไลด์ใหม่ทั้งหมดแล้วตั้งชื่อว่า “ปืนพกแบบ 95/03” (ปพ.95/03)
แปลว่าดัดแปลงใหม่ปี พ.ศ. 2503 การผลิตอีกแบบไม่ต่อเนื่องกระปิดกระปรอย ทราบว่าช่วงที่การปะทะกับ ผกค.
ยังรุนแรงคือ ปี พ.ศ. 2517-2520 ก็ยังมีการผลิตกันทีละชุดๆละ 120 – 200 กระบอก ตามความทรงจำของช่างที่ทำ
คาดว่ามีเพิ่มอีกราว 1,500 กระบอกเท่านั้น ดังนั้นจึงพอนับว่า ปพ. 95/03 รุ่นปรับปรุงใหม่นี้เป็นของหาได้ยากอีกรุ่น
หนึ่ง แต่ท่านเดายอดผลิตตามเลขประจำปืน (Serial Number) ไม่ได้นะครับเพราะทางกรมฯก็ผลิตปืนเลียนแบบ
M1911A1 หลังอ่อนที่เรียกว่า ปพ. แบบ 18 เรียงเลขพร้อมกันไปด้วยทำให้ ปพ.95/03 เช่นกระบอกที่นำมาทดสอบ
นี้มีเลขที่สูงถึง 10,400

6.รุ่งไพศาล RPS-001(Rung Paisarn RPS-001)

มันเป็นปืนที่กองทัพไทยพัฒนาเองโดย มีต้นแบบมาจาก M16A2 และ VZ58 โดยรุ่งไพศาลอุตสาหกรรมเป็นผู้รับเหมา หากใครเคยอ่านนิตยสาร สมรภูมิ -Battle Field weekly คงจะอาจจะจำ รุ่งไพศาลอุตสาหกรรม ได้ รวมทั้งโครงการ Sig RPS 226 ได้

เพราะหลายคนเสียค่าจองลมไป ตั้งแต่ 4,000 ถึง 14,000 บาท (ค่าเงินสมัย ปี พ.ศ. 2525-2526 ค่าดอลล่าร์ละ 20 บาท)

โดยได้ซื้อแบบของปืนซิก 226 มา ซึ่งตอนนั้นเข้าแข่งกับบาเรตต้า 92FS (XM9)

ปืน RPS-001 นี้ตัวปืนต้นแบบที่ผลิตในปีพ.ศ.2529 มีการทดสอบกับที่ค่ายปักธงชัย ผลการทดสอบเป็นที่น่าประทับใจมาก เค้าว่ากันมาว่า ยิงแม่นกว่า AK47 ครับ

จุดเด่นของปืนอยู่ที่ปลอกลดแสงที่มีคุณสมบัติข่วยลดแรงสะท้อน

ส่วนระบบกลไกจะคล้ายปืน เซกาเซ่ ( SKS) มากกว่าครับ เพียงแต่รูปร่างภายนอกคล้ายๆ AK ดูที่ชุดลูกเลื่อนจะเรียกว่า ยกเอาของ SKS มาเลยก็ได้ครับ คล้ายกันมากๆ ครับ

 


Like ให้ด้วยจะดีมาก

You may also like...