แชร์ประสบการณ์การอัดกระสุนดินดำไว้ใช้เอง (เพื่อการศึกษาเท่านั้น)

สำหรับกระสุนดินดำก็ลองทำเองบ้าง สูตรง่าย ๆ ที่ชาวปืนส่วนมากจะจำได้ คือ ดิน ๕, ถ่าน ๑, สุพรรณ (กำมะถัน) ครึ่ง เป็นคำคล้องจองจำง่ายดี (ดินประสิว ๕ ส่วน , ถ่าน ๑ ส่วน, กำมะถันครึ่งส่วน) ตำผสมเข้ากัน มีขั้นตอนและเทคนิควิธี เฉพาะของมัน มิฉะนั้นแล้วตอนตำจะลุกเป็นไฟ ให้ความร้อนสูงมาก มีทั้งคนรุ่นเก่า

กาลเวลาล่วงไป ช่วงอายุวัยรุ่น ญาติผู้พี่ได้ปืน ‘เล็กสั้น’  ผู้รู้บอกว่าเป็นปืนประจำตัวทหารม้าญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒  มาใช้กระบอกหนึ่ง  เป็นแบบลูกเลื่อน   สมัยนั้นยันบัดนี้กว่า ๖๐ ปีมาแล้ว  กระสุนหายากมาก    แก้ปัญหาด้วยการอัดกระสุนใช้เอง  ใช้ดินดำของปืนแก๊ป     หัวกระสุนทำด้วยตะกั่วเคาะขึ้นรูป ส่วนแก๊ปใช้หัวไม้ขีดไฟห่อด้วยกระดาษหน้าเพลิงไม้ขีดนั่นเอง   สมัยนั้นแก๊ปจากโรงงานที่ทำขายให้เด็ก ๆ ตีเล่นนั้นไม่มี

ขั้นตอนการอัดกระสุนที่ลูกผู้พี่สอนให้ คือ ทำความสะอาดปลอกที่จะใช้     เน้นที่สองรูเล็ก ๆ ส่วนท้ายปลอกด้วย  มันเป็นช่องไฟแลบจากการระเบิดของแก๊ป ผ่านเข้ามาจับดินส่งส่วนในปลอกขั้นต่อไปใส่ดินดำแบบของปืนแก๊ป   ถ้าได้ดินแท้ของมันเองซึ่งอาจหาได้จากลูกปืนที่ด้านแล้ว    ถอดออกมาใช้ใหม่ก็ได้ ถ้าเป็นกระสุนของมันเอง    หัวกระสุนนั้นก็ใช้ได้ด้วยเลย เมื่อใส่ดินตามจำนวนที่ต้องการแล้วก็ใส่หมอนทับเสียชั้นหนึ่งก่อนก็คือใยมะพร้าวนั่นเอง   ต่อไปใส่กระสูนตะกั่วที่เคาะขึ้นรูปไว้อัดเข้าที่    ครอบแก๊ปเข้าที่ส่วนท้ายกระสุน  เปลือกแก๊ปที่ว่านี้ถ้าเป็นปืนลูกซอง สามารถใช้ซ้ำได้    เพียงแต่ตอกให้รอยบุ๋มจากการยิงครั้งก่อนให้เรียบขึ้นมา     แล้วอัดแก๊ปใหม่เข้าแทนก็ใช้ได้       ส่วนปลอกกระสุนเล็กสั้นที่ว่านี้มันมีข้อจำกัด       ต้องทำขึ้นใหม่เท่านั้น  โดยใช้แผ่นเหล็กกระป๋องนมซึ่งตัดและตอกขึ้นรูปซองแก๊ปทำให้คับพอสมควร            ใช้หัวไม้ขีดไฟแกะออกจากก้าน       ห่อด้วยกระดาษหน้าเพลิง อัดเข้าในซองแก๊ป กดเบา ๆ     พอให้อยู่ตัวไม่หลุดร่วงลงมาเสียก่อน  การอัดแก๊ปนั้นมีวิธีเฉพาะของมัน คือ ครอบแก๊ปพอติดอยู่กับท้ายปลอก   ใส่กระสุนเข้ารังเพลิง ดันลุกเลื่อนเดินหน้า ส่งกระสุนเข้ารังเพลิงกดอัดดัน เข้าไป     พลางหันปากกระบอกปีนเฉียงขึ้นฟ้า    เพื่อว่าถ้าเกิดกระสุนลั่นเพราะแรงอัด ก็จะได้ไปตามทิศทางที่คิดว่าปลอดภัย    เข้าที่แล้ว ยกลูกเลื่อนขึ้น     ดึงถอยหลังถอดกระสุนออกจากรังเพลิง     เป็นเสร็จการอัดกระสุนหนึ่งนัด  ต้องการอีกเท่าไหร่ก็ทำเอา  ปกติไม่เกิน ๑๐ นัด  ด้วยว่าเก็บไว้ได้ไม่นานแก๊ปจะชื้นจัด   เสื่อมเสียก่อน  จะใช้ต่อไปก็อัดเอาใหม่ไม่ยากเลย   ใช้ได้พอแก้ขัดประสาคนชอบปืน

จากการอัดกระสุนใช้เอง  ผิดหลักการอย่างยิ่ง คือ ใช้ดินส่งกระสุนผิดประเภท    อันว่าดินดำสำหรับปืนแก๊ปนั้นเป็นประเภทดินระเบิด      ทันทีที่ถูกจุดระเบิดมันจะลุกไหม้หมดทันที       มันเข้ากันไม่ได้กับปืน ไรเฟิล ซึ่งใช้ดินแบบที่ลุกไหม้แบบเร่ง   คือ เมื่อถูกจุดระเบิดไฟจะไหม้ดิน  ฟูด  …….. ยาว ไป (อธิบายยากมาก)  การลุกไหม้เป็นแบบเร่ง     จากการใช้  ‘ลูกอัด’   แบบนี้มา ๒ – ๓ ปี  ส่งผลให้ลำกล้องปืน ยืด ขยาย หลวมหมดเลยทั้งห้องลูกเลื่อน รังเพลิง  และลำกล้อง  ไม่สามารถส่งกระสุนสู่เป้าหมายประณีตได้           ภายหลังเจ้าของนำส่งคืนทางราชการ เพราะมันเป็นปืนเถื่อน !    ตัวเราได้สะสมความชอบปืนมากขึ้นอักโข      พอไม่มีใช้จึงเร่หาปืนแก๊ปแบบทำเองอย่างวัยรุ่นบ้าปืนมาใช้ต่อไป    มีใช้ในผองเพื่อนใกล้ตัว  ถ้าจะริเป็นช่างเสียเองก็น่าจะพอไหว

ปืนแบบชาวบ้านที่ว่านั่นเป็นปืนที่ลำกล้องทำด้วยแป๊บน้ำที่เป็นโลหะ       ความยาวตามใจชอบส่วนมากประมาณ  ๓ -๔   ฟุต     รวมทั้งความกว้างลำกล้องด้วยประมาณลอดปลายนิ้วก้อย        อาศัยช่างเหล็กในท้องถิ่นในการเจาะและเชื่อม หมุดสกรู  ส่วนประกอบอื่น ๆ หลายคนทำเองได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดินประสิว ดินปืน

สำหรับกระสุนดินดำก็ลองทำเองบ้าง      สูตรง่าย ๆ    ที่ชาวปืนส่วนมากจะจำได้ คือ    ดิน ๕,    ถ่าน ๑, สุพรรณ  (กำมะถัน)  ครึ่ง      เป็นคำคล้องจองจำง่ายดี     (ดินประสิว ๕  ส่วน , ถ่าน ๑ ส่วน, กำมะถันครึ่งส่วน)   ตำผสมเข้ากัน   มีขั้นตอนและเทคนิควิธี เฉพาะของมัน     มิฉะนั้นแล้วตอนตำจะลุกเป็นไฟ ให้ความร้อนสูงมากมีทั้งคนรุ่นเก่า    รุ่นใหม่โดนมาให้เห็นเป็นตัวอย่างก็หลายอยู่    หน้าตา  เนื้อตัว ไหม้ดำ พุพอง มากบ้าง น้อยบ้าง       ถ้าใต้ต้นไม้ใบจะไหม้สุดยอดไปโน่นเลย  เวลาจะทำการเรื่องนี้ต้องไปทำนอกบ้านเท่านั้น เป้าหมายในการล่าที่สำคัญของพวกเราปืนแก๊ปทำเอง   คือ กะรอก เพราะมีมากเป็นพิเศษเป็นสัตว์ทำลายมะพร้าวอันดับหนึ่ง    ส่วนสัตว์อื่น  ๆ  ทั่ว ๆ ไปก็ล่าบ้างเพื่อเป็นอาหาร  ยิ่งหมูป่านี่พิเศษมาก   มันทำลายพืชผลการเกษตรสูงสุด     ในนาปลูกข้าวไว้ ข้าวยังไม่ออกมันก็เข้าดุดดินค้นหาไส้เดือนในนา  แหลกเหลวไปทั้งแปลงข้าวตั้งท้องมันเลือกกัดเฉพาะท้องข้าว  ข้าวสุกในนา ในไร่มันกัดกินยันเต

ปัจจุบันเมื่อพูดถึงการล่าไม่ค่อยจะได้    คนยุคใหม่จะเขม่นเอามาก ๆ  แสดงว่าการปลุกระดมเรื่องการอนุรักษ์ซึมซับได้ผลเกินคาด            ในส่วนของคนโบราญรุ่นบุกเบิกที่อยู่มาได้ก็ด้วยการล่าเท่านั้น       สัตว์กินพืชก็ทำลายพืชผล    สัตว์กินเนื้อก็กินสัตว์เลี้ยง  เช่นเสือก็กิน วัว ควาย  หมู  แพะ แกะ เป็ดไก่  ฯลฯ  รวมทั้งคนก็อย่าเผลอ  ที่เขาเรียกกันว่า ‘เสือสมิง’  นั่นคือเสือกินคน        รู้รสอร่อยของเนื้อมนุษย์ ต่อไปมันจะเร่หาแต่มนุษย์       จับกินหลายรายเข้าก็จะมีผีเข้าสิงสู่อยู่ในตัวเสือ     มีอิทธิปาฏิหาริย์     บางครั้งแปลงตัวเป็นคนก็ได้  เขาเล่าไว้เช่นนั้น

ประสบการณ์ทำปืนแก๊ปด้วยตนเองกระบอกหนึ่งในหลายกระบอกที่ล่วงมา  ๒-๓ ปี       วันนั้นทำเสร็จพอดี  อยากจะทดสอบนัดแรก  บรรจุดินดำ  กระทุงอัดแน่นด้วยใยมะพร้าวสองชั้น  ใส่ ลูกปราย     ปิดทับด้วยใยมะพร้าวอีกครั้ง   กระบอกนี้ตีท้าย ใส่แก๊ปเรียบร้อย    เร่ออกไปทุ่งนาใกล้บ้าน     บนคันนามีต้นนุ่น นกหัวขวานเกาะอยู่ตัวหนึ่ง  มันชอบเจาะกระบอกน้ำตาลโตนด ดีนัก    ผู้รู้บอกว่ามันได้ยินสียงน้ำตาลหยดในกระบอกทำให้มันเข้าใจว่าเป็นตัวหนอนหรือตัวแมลงที่เป็นอาหารของมันเคลื่อนไหวหรือกัดแทะเนื้อไม้  มันจึงเจาะจนทะลุถึงน้ำตาล  ก็รั่ว      กระบอกกี่ลูก ๆ  มันก็เจาะจนหมด รั่วหมดทุกต้น มันน่า …  เอาทำเป้าเสียเลย คิดแล้วยกปืนขึ้นประทับ  เล็ง ลั่นไก  ปัง ! แก๊ปแตกแต่ไม่จับดินหู   จัดแจงเปลี่ยนแก๊ปลูกใหม่  ใส่เข้าที่แล้ว      ยกขึ้นประทับเล็ง   ลั่นไก  ปัง ! แก๊ปแตกแต่ไม่จับดินหู   จัดแจงเปลี่ยนแก๊ปใหม่อีกครั้ง         นกหัวขวานเห็นท่าไม่ค่อยดีก็โผบินจากไป     ครั้งนี้ไม่มีเป้าให้เล็ง  ขึ้นนกแล้ว    ยกปืนขึ้นมือเดียว พานท้ายวางบนบ่า ปากกระบอกชี้ฟ้า  เหนี่ยวไก เปรี้ยง !!!  สนั่น      ยกปืนลงมาดูปรากฏว่า สกรูใต้ลำ ตัวที่จับลำกล้องปืนให้ติดกับรางปืนขาด        ลำกล้องกระแทกถอยหลังมาประมาณฟุตหนึ่ง    ถ้ายิงแบบประทับเล็งอย่างสองครั้งก่อน     ส่วนท้ายของลำกล้องจะต้องกระทุ้งเข้าตาขวาเหมาะเหม็ง     แรงกระแทกถอยหลังทำให้สกรูขนาด ๒ หุนขาดได้ปานนั้นน่าจะทะลุ ถึงสมองโดยไม่ต้องสงสัย   เทพพิทักษ์ โดยแท้รอดมาได้อีกครั้ง


ที่มา : https://www.gotoknow.org/posts/437478


Like ให้ด้วยจะดีมาก

You may also like...