โบราณมักพูดว่าอย่าเอาปืนมาเล่นกันเดี่ยวผีผลัก ความเชื่อนี้จริงหรือไม่

หนุ่มหรือไม่หนุ่มทั้งหลาย คงสนใจเรื่องนี้ครับ ก็เลยเอาเรื่องปืนมาเล่าบ้าง  วันหนึ่งนายใจเย็น     แกได้เดินทางไปกับน้าชาย เพื่อไปเยี่ยมน้องชายอยู่แถวๆ  ทุ่งพระโขนง พอเวลาจะกลับน้องชายนายใจเย็นเอาปืนขนาด .38 มายื่นให้แล้วยกมือลาพร้อมขอร้องว่า เพื่อนฝากปืนไว้ ผมกลัวลูกจะเอามาเล่นพี่ช่วยเอาไปเก็บไว้ที่บ้านพี่ที นายใจเย็นนอกจากจะใจเย็นแล้ว ทำใจสู้เสือยอมเสี่ยงตาราง รับฝากเอาปืนจากน้องชายแล้วใส่ในช่องเก็บของหน้ารถของน้าชาย  ระหว่างทางกลับบ้าน ปรากฏว่านายร้อนรนแกเป็นคนขี้หงุดหงิด เห็นว่าน้าชายของนายใจเย็นขับรถช้า นายร้อนรนจึงขับชนท้ายรถน้าชายคันที่นายใจเย็นนั่งมาด้วย  น้าแกลงมาดูรถ BMW318i เห็นรถบุบแล้วปวดใจทนไม่ไหวจึงเข้าไปตบศรีษะนายร้อนรนหนึ่งที นายร้อนรนจึงโทรศัพท์เรียกเพื่อนมา รุมชกต่อยน้าของนายใจเย็น  เมื่อเห็นอย่างนั้นนายใจเย็นจึงไม่อาจเย็นใจได้   จึงไปหยิบปืนที่จากช่องเก็บของหน้ารถออกมาขู่นายร้อนรนและเพื่อนๆ ที่รุมทำร้ายน้าชายของตน โบราณมักพูดว่าอย่าเอาปืนมาเล่นกันเดี่ยวผีผลัก คำโบราณก็เกิดเป็นจริงขึ้น เพราะเพื่อนของนายร้อนรนที่ยืนอยู่ข้างๆ  นายใจเย็นได้ใช้มือปัดแขนและดึงตัวนายใจเย็นอย่างแรง เพราะกลัวว่า นายใจเย็นจะยิงพวกของตน ปืนก็เลยลั่นไปหนึ่งนัด

ความซวยก็เลยเกิดแก่นายใจเย็น เพราะถูกฟ้องในข้อหาพยามฆ่านายร้อนรน และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ รวม 4 ข้อหาด้วยกัน  ศาลชั้นต้นท่านพิจารณาแล้ว ท่านคงจะมีความเห็นอกเห็นใจ  จึงได้มีคำวินิจฉัยว่า นายใจเย็นเพียงรับฝากปืนไว้ชั่วคราวโดยไม่ทราบว่ามีปืนทะเบียนหรือไม่จึงไม่ถือว่าครอบครองเพื่อตน  และการที่นำอาวุธปืนมาขู่ก็เป็นการกระทำที่จำเป็นเร่งด่วนตามสมควรเหมาะสมแก่พฤติการณ์ นอกจากนี้อาวุธปืนมีรอยขูดลบที่หมายเลขทะเบียนปืน ไม่อาจยืนยันได้ว่าเครื่องหมายทะเบียนปืนเป็นเลขใด  จึงฟังได้ว่าเป็นปืนที่มีทะเบียน  พิพากษายกฟ้องโจทก์ทุกข้อหา

ข้างฝ่ายโจทก์ไม่เห็นด้วยกับศาลชั้นต้น จึงอุทธรณ์ให้ศาลลงโทษนายใจเย็นในทุกข้อหาศาลอุทธรณ์   ท่านแก้เป็นว่าการที่นายใจเย็นเอาอาวุธปืนออกมาขู่ฝ่ายนายร้อนรนนั้น ถือได้ว่ามีเจตนาครอบครอง จึงมีความผิดฐานมีอาวุธปืนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  ยกฟ้องข้อหาอื่นเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น

โจทก์ยังคาใจได้ยื่นฎีกาให้ลงโทษในใจเย็นต่อไปอีก ศาลฎีกาท่านปรึกษากันแล้วมีความเห็นว่า   แม้นายใจเย็นจะรับฝากและนำอาวุธปืนเก็บไว้ในช่องเก็บของในรถยนต์ของน้าชาย  โดยนายใจเย็นนั่งไป ด้วย ถือได้ว่าพาอาวุธปืนติดตัวไปด้วย  ส่วนที่นายใจเย็นใช้อาวุธปืนขู่พวกของนายร้อนรนเพื่อไม่ให้ทะเลาะวิวาทกับน้าของตนนั้น ก็เป็นเหตุที่เกิดขึ้นภายหลังซึ่งไม่มีผลลบล้างความผิดที่กระทำสำเร็จแล้ว จึงมีความผิดฐานนี้

สรุปแล้วนายใจเย็นมีความผิดสองข้อหาด้วยกันคือ ความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและความจำเป็นเร่งด่วนตามพฤติการณ์

เรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์ว่า  ใครไม่อยากมีความผิดเหมือนอย่างนายใจเย็น ก็อย่าได้ยอมรับฝากปืนผาหน้าไม้จากใครไว้โดยง่ายน่ะครับ


ที่มา : http://www.thailawconsult.com/udom2.html


Like ให้ด้วยจะดีมาก

You may also like...