คดีอาวุธปืนเถื่อน แม้ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน ศาลลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา

คดีอาวุธปืนเถื่อน แม้ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน ศาลลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา โดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนเป็นอาวุธร้ายแรงโดยสภาพ สามารถใช้ทำอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่นได้ และอาวุธปืนของกลางยังเป็นอาวุธปืนที่ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับ หากนำไปใช้ก่ออาญชญากรรมแล้ว ย่อมยากแก่การตรวจสอบและติดตามหาตัวผู้กระทำผิด อันเป็นภัยต่อความปลอดภัยของสุจริตชน พฤติการณ์แห่งคดีศาลถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง

กรณีศึกษาจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๗๐๓/๒๕๔๙

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๙๑, ๓๗๑, และริบอาวุธปืนของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๗๒ วรรคหนึ่ง, ๗๒ ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานมีอาวุธปืนซึ่งไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก ๑ ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายหลายบทที่โทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๖ เดือน รวมจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๙ เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า อาวุธปืนของกลางเป็นอาวุธปืนซึ่งไม่มีหมายเลขทะเบียน ไม่อาจขอใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ ได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๘ ทวิวรรคหนึ่ง, ๗๒ ทวิ วรรคสอง นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๔ ให้คำนิยามคำว่า “อาวุธปืน” ว่าหมายความรวมตลอดถึงอาวุธทุกชนิดซึ่งใช้ส่งเครื่องกระสุนปืนโดยวิธีระเบิดหรือกำลังดันของแก๊สหรืออัดลมหรือเครื่องกลไกอย่างใด ซึ่งต้องอาศัยอำนาจของพลังงาน และส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธนั้นๆ ซึ่งรัฐมนตรีเห็นว่าสำคัญและได้ระบุไว้ในกฎกระทรวง และมาตรา ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว เว้นแต่เป็นกรณีที่ต้องติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์” จากบทบัญญัติดังกล่าว อาวุธปืนจากความหมายของมาตรา ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง จึงมีความหมายตามคำนิยามคำว่าอาวุธปืน ซึ่งรวมถึงอาวุธปืนที่มีหมายเลขทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนให้มีไว้ในครอบครองด้วย มิได้หมายเฉพาะอาวุธปืนซึ่งมีหมายเลขทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนให้มีไว้ในครอบครองตามที่จำเลยฎีกาเท่านั้น เพราะมิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๗๒ ทวิ วรรคสอง ชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ วางโทษในความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่มีเลขทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขั้นต่ำสุดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว ส่วนความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ วางโทษเหมาะสมแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขอีก ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า อาวุธปืนเป็นอาวุธร้ายแรงโดยสภาพสามารถใช้ทำอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่นได้ และอาวุธปืนของกลางยังเป็นอาวุธปืนที่ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับ หากนำไปใช้ก่ออาชญากรรมแล้วย่อมยากแก่การตรวจสอบและติดตามหาตัวผู้กระทำผิดอันเป็นภัยต่อความปลอดภัยของสุจริตชน พฤติการณ์แก่คดีเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยไม่เคยทำความผิดมาก่อน ก็ยังไม่เพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน


ที่มา : ทนายจิตอาสาให้ความรู้กฎหมายแก่ประชาชน


Like ให้ด้วยจะดีมาก

Loading...

You may also like...