ทำไมประเทศไทยไม่ผลิตปืนใช้เอง ทั้งๆที่เทคโนโลยีก็พอทันสมัย

ไม่ใช่ไม่เคยผลิต

ลังปฏิวัติการปกครองปี พศ 2475 ในช่วงปี 2480 จอมพล ป.พิบูลสงคราม จึงมีความคิดว่า ควรจะมีการผลิตอาวุธเพื่อใช้เองในประเทศ เมื่อกอปรกับแนวคิดชาตินิยมในตอนนั้น จึงได้มีการเริ่มผลิตขึ้นโดยทันที เพื่อใ้ห้เพียงพอต่อเจ้าหน้าที่ราชการ โดยเริ่มต้นด้วย ปพ.80 ของ

Star Firearms ประเทศสเปน ซึ่งไทยซื้อลิขสิทธ์มาตั้งแต่ปี 1935 แต่อายุอานามของ ปพ.80 ก็อยู่ได้ไม่นานนักเนื่องจาก นายพลฟรังโ้ก้ก่อสงครามกลางเมืิองในประเทศสเปน เครื่องจักรเพื่อการผลิต และพิมพ์เขียวทั้งหมดถูกเผาทำลาย และปืนต้นแบบที่จะส่งมามอบให้ไทย รวมถึงปืนทดสอบจำนวนหนึ่ง ถูกขโมยออกไปในช่วงสงครามกลางเมืองสเปนด้วย สตาร์จึงจำเป็นต้องยุติสัญญาการผลิต และยุติสายการผลิตในกรุงเทพฯ ลงด้วย ที่น่าแปลกใจที่สุดก็คือในประเทศสหรัฐฯอเมริกา ปพ.80 หลุดข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงที่นั้นด้วย และที่สำคัญยังเป็นปืนพกกลมีคันบังคับการยิงอัตโนมัติได้ มีการคาดคะเนกันว่า ปพ.80 มีอยู่ไม่ถึง 100 กระบอกในโลก และกระสุนนั้นมีออกมาทั้งขนาด 9×19 Parabellum และ 9X23 Largo ซึ่งมีความเร็วสูงกว่า 9 มม พาราฯ มาก

และเมื่อสงครามโลกครั้งที่สอง ได้อุบัติขึ้น และยุติลงในช่วงนั้นไทยได้รับปืนพกแบบนัมบุจากญี่ปุ่นเข้ามาประจำการบางส่วน และ ป.99 หรือปืนเล็กยาวแบบ Arisaka มาจากญี่ปุ่นจำนวนมาก แต่เมื่อสงครามสิ้นสุดลง และชัยชนะเป็นของฝ่ายสัมพันธมิตร ญี่ปุ่นถูกระงับไม่ให้ผลิตอาวุธใดๆอีก Supply กระสุนของญี่ปุ่นจึงขาดแคลน กองทัพไทยจึงได้นำปืนมาตฐานของกองทัพสัมพันธมิตร อย่าง ปสบ.87 และ ปลยบ.88 เข้าประจำการแทนและที่สำคัญ นี่ถือเป็นครั้งแรกๆ ที่กองทัพไทยได้ทำความรู้จักกับปืนพกออโต้แบบ M1911A1 อย่างเป็นทางการ โดยทางกองทัพสหรัฐฯ ได้ส่งมอบปืนพกรุ่นนี้เป็นจำนวนมากให้กับกองทัพไทย และได้ชื่อรหัสในกองทัพไทยว่า ปพ.86

การผลิตปืนของไทยยังคงมีต่อเนื่องมาจนกระทั้งปี 2530 เมื่อพรบ. ห้ามผลิตอาวุธในประเทศออกมา จึงทำให้การผลิตอาวุธภายในประเทศยุติลงโดยสิ้นเชิง เหลือแต่เพียงอะไหล่ออกมาอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่ก็มีเพียง ปพ.86-95/03 เท่านั้นครับที่หายสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์ไปเลย คุณค่าของปืนกระบอกนี้ น่าจะอยู่ตรงที่ตัวปืนนั้น ไม่ได้เป็น M1911 อย่างที่หลายคนคุ้นเคยกันตรงที่มีเซฟตี้หลังอ่อน จนถึงรุ่นสุดท้าย 95/03 ก็ไม่มีเซฟตี้หลังอ่อน( แต่บางกระบอกมีแต่ก็หาดูได้ยากมาก) ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ปพ. ทุกกระบอกหลังยุค ปพ.80 เป็นต้นมาเป็นปืนไทยทำเองทั้งกระบอก โดยฝีมือช่างพระกาฬของช่างสรรพวุธไทยเมื่อสมัย 50 ปีที่แล้ว ถือว่าเป็นปืนที่มีคุณค่าระดับยอดเยี่ยมยิ่งกว่าปืนใหม่ที่ผลิตด้วยเครื่องจักรในทุกมิติ เสียดายที่ปัจจุบันหาไม่ได้อีกแล้ว อีกทั้งยังมีมารค์กิ้งอันเป็นเอกลักษณ์ บนตัวปืนเป็นภาษาไทย ว่า

ปืนพกแบบ ๙๕/o๓ ขนาด ๑๑ มม. กำกับอยู่ ยิ่งทำให้รู้สึกภาคภูมิใจ ในการได้ครอบครองปืนสัญชาติไทยแท้ กระบอกนี้อย่างบอกไม่ถูกใครที่มีไว้ในครอบครอง ก็อย่าได้คิดขายเชียวนะครับ เพราะว่าท่านอาจจะไม่มีวันได้เห็นมันอีกแล้วตลอดชีวิตของท่าน

ที่ประเทศไทยไม่สามารถผลิตอาวุธปืนใช้เองได้

นั้นเป็นเพราะว่ามีกฎหมาย พรบ. อาวุธปืนควบคุมอยู่

มาดูพรบ. อาวุธปืนกัน

หมวด ๓

การดําเนินการผลิตอาวุธ

มาตรา ๒๑ เมื่อตั้งโรงงานเสร็จแล้ว ก่อนเปิดดําเนินการผลิตอาวุธ ผู้รับใบอนุญาต

ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้รัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันานักงานคณะกรํมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบโรงงานก่อน ถ้าเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตยังปฏิบัติไม่ถูกต้องตาม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวงสํานักงานคณะกรมการกฤษฎีกาหรือตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้
พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กําหนด ถ้าระยะเวลา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดังกล่าวไม่เพียงพอ ให้ผู้รับใบอนุญาตขอขยายระยะเวลาต่อรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายเพื่อ สั่งขยายระยะเวลาให้ตามสมควร
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ถ้าเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในกฎกระทรวงหรือตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตสํานักงาคณะกรรมการกฤษฎีกาให้รัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
อนุญาตเป็นหนังสือให้ดําเนินการผลิตอาวุธได้

มาตรา ๒๒ ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะย้ายโรงงานผลิตอาวุธไปจากที่ซึ่งระบุไว้ใน

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ใบอนุญาตต้องดําเนินการขอรับใบอนุญาตใหม่
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๒๓ ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตผลิตอาวุธอื่นใดนอกจากที่ได้ระบุไว้ในใบอนุญาต

สํานักงานมาตรานคณะกรรมการ ๒๔ ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตเปลี่ยนแปลงการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤฎีกาหรือใช้โรงงานหรือส่วนหนึ่งส่วน ใดของโรงงานให้ผิดไปจากที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ
สํานักงจากรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายนคณะกรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๒๕ ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะสั่งหรือนําเข้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาในราชอาณาจักรซึ่งวัตถุ หรืออาวุธใดเพื่อใช้ในการผลิตอาวุธ หรือเป็นตัวอย่างหรือเพื่อวิจัยเกี่ยวกับการผลิตอาวุธต้องได้รับ

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
อนุญาตจากรัฐมนตรีและต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง
ผู้รับใบอนุญาตซึ่งได้รับอนุญาตให้สั่งหรือนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัตถุหรืออาวุธ

ตามวรรคหนึ่ง ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับอนุญาต และปฏิบัติตามกฎหมายอื่นในส่วนที่เกี่ยวกับการสํานักงานคณะกรรมกาขออนุญาตสั่งหรกฤษฎีกาือนําวัตถุหรืออาวุธนั้นเข้สํานักงามาในราชอาณาจนคณะกรรมการกฤษฎีกาักรและการมีกรรมสิทธิ์สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือมีไว้ใน
ครอบครองซึ่งวัตถุหรืออาวุธดังกล่าว
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๒๖ ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตใช้วัตถุหรืออาวุธที่ได้สั่งหรือนําเข้ามาใน
ราชอาณาจักรตามมาตรา ๒๕ ให้ผิดไปจากที่ได้รับอนุญาต สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักง นคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานังานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักง นคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกา
มาตรา

๒๗ ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเวลาทํา
การของโรงงาน และห้ามมิให้เปลี่ยนแปลงเวลาทําการ เว้นแต่ได้แจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ได้ทราบล่วงหน้าและได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๒๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องเก็บวัตถุหรืออาวุธที่ใช้ในการผลิตอาวุธหรืออาวุธที่

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาผลิตขึ้นไว้ภายในโรงงานหรือสถานที่เก็บตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกําหนดในใบอนุญาตสํานักงานคณะกรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สถานที่เก็บวัตถุหรืออาวุธที่ใช้ในการผลิตอาวุธหรืออาวุธที่ผลิตขึ้น ผู้รับใบอนุญาต
ต้องจัดให้มีลักษณะตามเงื่อนไขที่กําหนดในใบอนุญาตสํานักงานคณะกรรมารกฤษฎีกา เว้นแต่รัฐมนตรีจะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขสํานักงานคณะกรมการกฤษฎีกา ดังกล่าวหรือกําหนดเป็นอย่างอื่นในกรณีที่มีเหตุสําคัญเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยหรือพฤติการณ์ได้
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในกรณีที่วัตถุหรืออาวุธที่ใช้ในการผลิตอาวุธหรืออาวุธที่ผลิตขึ้นมีกฎหมายใดกําหนด
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

การเก็บ กําจัด หรือทําลายเศษวัตถุที่เกิดจากการผลิตอาวุธ หรือวัตถุหรืออาวุธที่
สํานักงานคณะกรรเสียหายใช้ไม่ได้การกฤษฎีกาหรือไม่ได้ใช้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงาคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงมาตรานคณะกรรมการกฤษฎีกา๒๙ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีบัญชีเกี่ยวกับชนิดสํานังานคณะกรรมการกฤษฎีกาปริมาณและการรับจ่าย ประจําวันของวัตถุหรืออาวุธที่ใช้ในการผลิตอาวุธหรืออาวุธที่ผลิตขึ้น รวมทั้งวัตถุหรืออาวุธดังกล่าวที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสียหายใช้ไม่ได้หรือไม่ได้ใช้และต้องส่งรายงานและสําเนาบัญชีดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
แบบบัญชีและหลักเกณฑ์การรายงานตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่กําหนดใน
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากฎกระทรวง

บัญชีตามวรรคหนึ่ง ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทําให้มีรายการถูกต้องตรงกับชนิดและ
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ปริมาณของวัตถุหรืออาวุธที่ใช้ในการผลิตอาวุธหรืออาวุธที่ผลิตขึ้นที่เก็บไว้ภายในโรงงานหรือสถานที่
เก็บตามมาตรา ๒๘ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๓๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องสํารองวัตถุหรืออาวุธที่ใช้ในการผลิตอาวุธตามชนิด

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะก รมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
และปริมาณที่รัฐมนตรีกําหนดไว้ในโรงงานหรือสถานที่เก็บตามมาตรา ๒๘
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๓๑ ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตขนย้ายวัตถุหรืออาวุธที่ใช้ในการผลิตอาวุธหรือ

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
อาวุธที่ผลิตขึ้นออกจากโรงงานหรือสถานที่เก็บ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่ง
รัฐมนตรีมอบหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
การขนย้ายให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยผู้รับอนุญาตต้องนําหนังสืออนุญาตการขนย้ายตามวรรคหนึ่งกํากับไปพร้อมกับการขนย้ายด้วยสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงมาตรานคณะกรร๓๒ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตขายหรือจําหน่ายด้วยประการใดซึ่งอาวุธที่ผลิตการกฤษฎีกาสํานักงาคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขึ้น เว้นแต่ขายหรือจําหน่ายให้แก่หน่วยงานตามมาตรา ๗ หรือได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีให้ขายหรือ
สํานักงจําหน่ายแก่บุคคลอื่นนคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ว่าโดยการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรสํานักงานคณะกรรมกรกฤษฎีกา หรือขายหรือจําหน่ายในสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ราชอาณาจักร

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
การขออนุญาตขายหรือจําหน่ายอาวุธให้แก่บุคคลอื่นนอกจากหน่วยงานตามมาตรา ๗ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในการที่รัฐมนตรีจะอนุญาตให้ขายหรือจําหน่ายโดยการส่งออกไปนอก ราชอาณาจักรจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา๓๓ ในกรณีที่มีความจําเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการสํานักงนคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกส่วนราชการของรมการกฤษฎีกา

กระทรวงกลาโหมหรือสํานักงานตํารวจแห่งชาติจะให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตาม
กฎหมายว่าด้วยโรงงานอยู่แล้วผลิตเฉพาะส่วนประกอบของอาวุธสําหรับส่วนราชการของสํานักนคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงกลาโหมหรือสํานักงานตํารวจแห่งชาติก็ได้เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติ

สํานักงานคณะกรนี้ไม่สามารถผลิตส่วนประกอบของอาวุธนั้นได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีนี้ให้ส่วนราชการของสํานักงานคณะกรมการกฤษฎีกา กระทรวงกลาโหมหรือสํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้น เสนอต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ก่อน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เมื่อได้รับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานยื่นคําขอรับอนุญาตจากรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุญาตเป็นการสํานักงานคณะกรรมการฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เฉพาะคราว เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะผลิตส่วนประกอบของอาวุธสําหรับส่วนราชการของ

กระทรวงกลาโหมหรือสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้สํานักงานคณะกรรมกกฤษฎีกา ทั้งนี้สํานักงานคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์วิธีการฤษฎีกาและเงื่อนไขที่ รัฐมนตรีประกาศกําหนด

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้นํามาตรา ๑๐ มาตราสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา๑๒มาตรา๑๓มาตรา ๑๕ มาตราสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา๒๔มาตรา๒๕
มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๕
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ วรรคสองและวรรคสาม มาตรา ๔๑ และ
มาตรา ๔๗ มาใช้บังคับแก่ผู้รับอนุญาตตามวรรคสองโดยอนุโลม
สํานักง นคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงมาตรานคณะกรรมการกฤษฎีกา๓๔เพื่อประโยชน์แก่การผลิตอาวุธสําหรับหน่วยงานตามมาตราสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๗ ถ้ากรณี มีความจําเป็นเพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตสามารถดําเนินการผลิตอาวุธไปได้โดยสม่ําเสมอ ให้รัฐมนตรีมี

สํานักงอํานาจอนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวผลิตอาวุธไว้เพื่อขายหรือจําหน่ายแก่บุคคลอื่นนอกจากคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมารกฤษฎีกา หน่วยงานตามมาตรา ๗ เป็นการเฉพาะคราวได้เมื่อผู้รับใบอนุญาตนั้นร้องขอ

สํานักงานการขายหรือคณะกรรมการกฤษฎีกาจําหน่ายอาวุธที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามมาตราืสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๓๒

ยาวนิดนึงนะครับ


ที่มา : postjung และ krisdika.go.th

เรียบเรียงโดย : thaiammo.com


Like ให้ด้วยจะดีมาก

You may also like...

watch anime online free watch movies free online watch tv series online free free watch movies online myflixer flixtor watch series online free watch series soap2day movies watchmovieshd watch series hd