.22 LR ใช้ยิงในปืน .22Magnum ได้ แต่ถ้าจะให้ดีไม่ควรทำดีกว่า

Image for post

.22 แม็กนั่มกับ lr

ถ้าคิดจะซื้อปืน.22แม๊กนั่มแล้ว ก็ควรใช้แต่.22แม๊กนั่มเท่านั้น อย่าซื้อเพราะหวังจะยิง.22LR ได้

แต่ถ้าจำเป็นจริงๆก็ยิงไปเถอะครับ แต่ให้ทำใจไว้ว่าการยิงกระสุน .22LR ในปืน.22Magnum จะไม่ได้อำนาจสังหาร
และความแม่นยำ เช่นเดียวกับการใช้กระสุนของมันเอง

ถ้าเป็น.357แม๊กฯกับ .38สเปฯ ไม่น่าเป็นห่วงเพราะตำราทุกเล่มจะบอกตรงกันว่ากระสุน.38สเปฯ ยิงในปืน.357ได้แต่ถ้าเป็น.22 LR กับ.22Magnum ตรงนี้ชักจะมีปัญหา เพราะตัวปืนหลายๆยี่ห้อก็ระบุว่าต้องใช้เฉพาะ.22 แม็กนั่ม เท่านั้น นอกจากนั้นตำราต่างประเทศทั้งหมดไม่มีบอกให้เอากระสุน.22LR. ไปยิงใน.22Magnum ปัญหาทางเทคนิคของกระสุน .357แม๊กฯ กับ.38สเปฯ และ.22แม๊กฯกับ.22LR
ต่างกันอยู่ที่รังเพลิง.357แม๊กฯกับ.38สเปฯโตเท่ากัน ต่างกันเฉพาะความยาวและการกำหนดตำแหน่งในรังเพลิง หรือระยะ
Haad-space ก็ใช้จานท้ายปลอกกระสุนด้วยกันทั้งคู่

แต่ในส่วนของ.22แม๊กฯ กับ.22 แอลอาร์.จะแตกต่างกับกระสุนคู่แรกที่รังเพลิงของ .22แม๊กฯ โตและยาวกว่า.22แอลอาร์ทั้งๆที่หัวกระสุนโต 0.223นิ้ว เท่ากัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะกระสุน.22แอลอาร์เป็นกระสุนโบราณมากใช้วิธีทำปลอกกระสุนและหัวกระสุนให้โตเท่ากัน แล้วควั่นส่วนท้ายของหัวกระสุนให้เล็กลงเพื่อจะได้เข้าไปอยู่ในปลอกได้ แต่.22แม๊กฯเป็นกระสุนสมัยใหม่ทำปลอกกระสุนใหญ่กว่าหัวกระสุนดังเช่นกระสุนสมัยใหม่ทั่วไป เลยทำให้รังเพลิงของ.22แม๊กนั่ม ใหญ่กว่า .22แอลอาร์ ตามไปด้วย

ปลอกกระสุน .22แม็กนั่ม จะโต0.24นิ้ว ส่วนปลอกกระสุนของ .22แอลอาร์ จะโต0.223นิ้ว ใหญ่เล็กกว่ากันอยู่0.017นิ้ว
ดังนั้นเมื่อเราบรรจุ กระสุน.22แอลอาร์.เข้าไปในรังเพลิงของ.22แม๊กนั่ม กระสุน.22แอลอาร์.ก็จะหลวมอยู่ประมาณนั้น ทำให้เวลายิงปลอกบวมคับรังเพลิงเอาออกยาก และความที่รังเพลิง .22แม๊กนั่ม ยาวกว่าทำให้มีก๊าซร้อนจัดที่เกิดจากการจุดระเบิดจำนวนนึงวิ่งแซงหัวกระสุน ซึ่งนอกจากจะทำให้ความเร็วของกระสุนตกลงไปแล้ว ก๊าซนี้ยังเผาไหม้ไขหล่อลื่นของหัวกระสุน สถานเบาก็แค่ทำให้ความแม่นยำลดลง แต่ที่พบตอนที่ยิงก็คือกระสุนเสียการทรงตัวเอาด้านข้างฟาดเป้าไปหลายนัดเหมือนกัน.

Image for post


Like ให้ด้วยจะดีมาก

You may also like...