ทำไมเมื่อพูดถึงปืนขนาด 11 มม. ต้องนึกถึง Colt M1911 ก่อนเป็นอันดับแรก

M1911A1 ถือว่าเป็นปืนที่ประจำการนานที่สุดในโลกตัวหนึ่ง คือตั่งแต่ปี 1924 ยาวมาจนถึง ปี 1984ในช่วงโลงครามโลกครั้งที่ 2 มีการผลิตออกมากว่า 1.7 ล้าน กระบอก แต่หากนับรวม M1911 และ M1911A1ผลิตตั่งแต่ปี 1911 จนถึงปี 1984 M1911 ผลิตทั้งหมดกว่า 2.7 ล้าน กระบอก นอกจากเจ้าของคือ Colt แล้ว ยังมีผู้ผลิตที่ได้สิทธิบัตรถูกต้องเมื่อครั้งผลิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีดังนี้

1 Springfield Armory

2 Remington

3 Ithaca Gun Company

4 Union Switch & Signal

5 Singer

นาย John M. Browning ซึ่งเป็นนักออกแบบปืน เลือกระบบการทำงาน Short Recoil และกระสุน ขนาด .45 ACP ( .45″ Autometic Colt Pistol ) ซองกระสุน หรือแม็กกาซีนบรรจุได้   7 นัด ต้นแบบตัวแรกเสร็จในปี 1910 แต่กองทัพให้ทำการปรับปรุงในเรื่องระบบความปลอดภัยของปืน เพิ่ม นอกจากมีระบบความปลอดภัยทั้งระบบเซฟล็อกไก และ ล็อกนกสับ ด้านข้างตัวปืนแล้ว ตัวต้นแบบตัวที่ 2 ได้เพิ่มระบบเซฟหลังอ่อน ที่ตัดสะพานไกปืนไม่ให้ทำงาน หากกำปืนไม่แน่ด้วย และร่องรับนกตกเข้าไปอีก ต้นแบบตัวที่ 2 จึงได้รับเลือก และกองทัพสั่งซื้อเข้าประจำการทันที

กระสุน .45ACP มีอำนาจหยุดยั้งสูงมาก วิถีกระสุนราบเลียบ ทำให้ยิงได้แม่นยำ กระสุน .45 ACP ได้รับขนานนามว่า Dum Dum Bullet เพราะมันสามารถหยุดยั้งฝ่ายตรงข้ามตั่งแต่นัดแรก หรืออย่างมากไม่เกิน 2 นัด  M1911 จึงเป็นปืนที่ออกแบบเพื่อกระสุนชนิดนี้อย่างแท้จริง

เมื่อ M1911 และกระสุน .45 ACP เข้าไปรวมรบเป็นปืนพกคู่กายของทหารสหรัฐ มันสามารถหยุดบรรดานักรับ Moro ที่ใส่เสื้อเกาะที่สานด้วยไม้ไผ่  ใช้ปืน Mauser M98 พร้อมดาบปลายปืน หรือใช้ง้าว คือ ดาบที่ใส่ด้ามของหอก ซึ่งยาวมาก ไม่ให้เข้ามาถึงตัวทหารสหรัฐฯในระยะประชิดได้ดีมาก กระสุน .45ACP สามารถทะลุเกระไม้ไผ่ได้ เพราะด้วยมวลของหัวกระสุนที่มาก หน้าตัดกระสุนที่ใหญ่ ทำให้ผู้ถูกยิงหมดสภาพการเคลื่อนที่ได้ทันที และ M1911 เป็นปืนที่มีขนาดเหมาะสม มีความแบนทำให้พกพาง่ายและใช้ได้คลองตัว ยิงซ้ำได้รวดเร็ว M1911 จึงได้เข้ารวมรบในฐานะปืนพกประจำกายกองทัพสหรัฐฯ จากนั้นมา

M1911 ได้เข้าเป็นปืนพกประจำกายต่อในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ทางกองทัพได้พบจุดบกพร่องใน M1911 ช่วงที่ใช้ในสงคราม หลังจากสงครามจบสิ้น ทางกองทัพได้ทำรายงานส่งให้กับหน่วยสรรพาวุธ คือ ศูนย์เล็งมีขนาดเล็กเกินไป เมื่อยิงที่ระยะเกินกว่า 8 เมตร กระสุนกินต่ำ และมีปัญหาเมื่อใช้ปืนในที่อากาศหนาวจำเป็นต้องใช้ถุงมือ เอานิ้วเข้าโกงไกปืนได้ลำบากทางสรรพาวุธจึงได้ทำการส่งข้อมูลให้ผู้ผลิต M1911 แก้ไข

M1911 จึงทำการแก้ไขปัญหาต่างๆตามที่สรรพาวุธสหรัฐแจ้งมา โดยทำการขยายความกว้างของศูนย์หน้าและล่องบากของศูนย์หลัง โครงด้ามหลังโกงไกปืนทำการปาดเนื้อส่วนนั้นออกไป และลดความยาวของหน้า ไกให้สั้นลง แก้ปัญหาเมื่อต้องใช้ถุงมือ ส่วนเรือนสปริงนกสับที่เคยเป็นแบบหลังตรง ก็เป็นเป็นแบบหลัง โค้งแทน เพื่อแก้ปัญหากระสุนกินต่ำ เปลี่ยนหลังอ่อนเป็นแบบหางยาว และลดวามยาวนกสับลงไม่ให้จิกง้ามมือ และไม่เกี่ยวเสื้อเวลาชักปืน ทำการเปลี่ยนประกับด้ามจากที่ใช้ไม้เป็นวัสดุสังเคราะห์ และปรับผิวปืนให้เป็นสีด้าน เพื่อลดแสงสะท้อน  ปืนตัวปรับปรุงใหม่นี้เข้าประจำการแทน M1911 ในปี 1924 และได้ รหัสใหม่ว่า M1911A1  ถือว่าเป็นปืนรุ่นเดิมที่ทำการปรับปรุงนั้นเอง


ที่มา : https://sites.google.com/site/colt1911club/history

http://thailandfirearms.blogspot.com/2013/12/m1911.html


Like ให้ด้วยจะดีมาก

Loading...

You may also like...