Colt Government Mk.IV Series 70 ของแท้มีจุดสังเกตอย่างไร

ภาพจาก : http://www.gun.in.th/board/index.php?topic=123666.15 

 

เมื่อกองทัพบกสหรัฐ รับปืนพกกึ่งอัตโนมัติขนาด .45 ที่เป็นผลงานออกแบบของ จอห์น เบรานิงก์ เข้าประจำการในปี ค.ศ. 1911 ผู้ผลิตคือ บริษัทโคลท์ ก็ทำปืนรุ่นประวัติศาสตร์นี้ออกขายในเชิงพาณิชย์ ควบคู่ไปกับการผลิตส่งให้กองทัพตามสัญญาซื้อ  สลักอักษรกำกับชัดเจนว่า  UNITED STATES PROPERTY บนโครงปืนด้านซ้าย และชื่อรุ่น Model of 1911 บนลำเลื่อนด้านขวา

ปืนพาณิชย์เริ่มวางตลาดในปี ค.ศ.1912 มีชื่อรุ่นกัฟเวิร์นเมนท์ (Government Model) สลักไว้บนลำเลื่อน และเพื่อให้ตรวจสอบจำนวนได้แน่นอนขึ้น ทางโรงงานจึงวางระบบเลขประจำปืนให้แตกต่างกัน โดยปืนทหารใช้ตัวเลขล้วน ส่วนปืนพาณิชย์มีอักษร C (ย่อจาก Commercial) นำหน้า จนถึงปี ค.ศ.1950 จึงย้ายตัว ไปไว้ด้านหลัง เริ่มที่เลขประจำปืน 240228 C ต่อมาเปลี่ยนแบบเล็กน้อยเป็นซีรีส์ 70 (Series 70) ใช้รหัส 70G นำหน้า ตามด้วยเลขห้าหลัก จนถึง 70G99999 จึงเปลี่ยนเป็นรหัสอยู่ด้านหลัง คือ xxxxxG70  ทั้งหมดทำในขนาดกระสุน .45 ออโตฯ

ในปี ค.ศ. 1929 จอห์น เบรานิงก์ ออกแบบกระสุนขนาด .38 ความ เร็วสูงสำหรับปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ตั้งชื่อว่า .38 Super Automatic และโคลท์ทำ ปื น ซูเปอร์” รูปทรงเดียวกับ 1911/กัฟเวิร์นเมนท์ ให้ใช้กระสุนใหม่นี้ ที่ได้ชื่อว่าเป็นกระสุนปืนพกที่มีสมรรถนะในการเจาะทะลวงสูง สุดของยุคนั้น ปืนโคลท์ ซูเปอร์ ตอกเลขประจำปืนเป็นตัวเลขล้วน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1929 จนถึง ค.ศ. 1968 เลขสูงสุด 202188 จึงเปลี่ยนใส่รหัสตัวอักษร CS (คือ Colt Super) ในปี ค.ศ. 1969 เริ่มจาก CS001001 และใช้อยู่เพียงสองปี ถึงตัวเลข CS005280 ก็เข้าสู่ยุคของซีรีส์ 70 เปลี่ยนรหัสอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อปรับแบบดั้งเดิม มาเป็นซีรีส์ 70 นี้ โคลท์ทำปืนกัฟเวิร์นเมนท์ ออกมาสามขนาดกระสุน คือ .45 ออโตฯ ใช้รหัส 70G นำ หรือ G70 ต่อท้ายเลขประจำปืนขนาด .38 ซูเปอร์ ใช้ 70S นำหน้าเลข  และขนาด 9 มม. ใช้รหัส 70L นำหน้า โดยตัว คือ Super และตัว Lคือ Luger ตามชื่อเรียกกระสุน 9 มม. ในสหรัฐ

จุดขายของซีรีส์ 70 คือความแม่นยำเหนือกว่าแบบปืนทหารเดิม โดยโรงงานออกแบบบูชครอบลำกล้องเป็นแฉก หรือ กลจำปา” ให้มีแรงสปริงบีบปลายลำกล้องแน่น ตัวลำกล้องถัดเข้าด้านในประมาณหนึ่งนิ้วจะคอด เพื่อลดแรงสปริงให้หมุน ถอดบูชได้ง่าย การเปลี่ยนแปลงจุดนี้อาจทำให้ปืนยิงแม่นขึ้นจริง แต่ก็ทำให้อายุใช้งานของบูชครอบลำกล้องสั้นลง แทนที่จะค่อย ๆ สึกเหมือนของเดิม ใช้ไปนาน ๆ หลวมคลอนแต่ปืนยังยิงได้ กลายเป็นว่าหมดอายุอาจหัก ทำให้ปืนพิการ ซึ่งผู้ที่ไม่ชอบจุดนี้สามารถเปลี่ยนใช้บูชทึบเหมือนของเดิมได้

ปืนซีรีส์ 70 เป็นโคลท์รุ่นสุดท้ายที่ใช้ชุดลั่นไกดั้งเดิม ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นซีรีส์ 80 ที่เพิ่ม สมอ” ล็อกเข็มแทงชนวน ถ้าไม่เหนี่ยวไกเข็มจะเดินหน้าไม่ได้ เป็นระบบนิรภัยเสริมขึ้นจากของเดิม แม้ว่าจะช่วยให้ปืนปลอดภัยขึ้น คือปืนหล่นไม่ลั่น ต้องเหนี่ยวไกเท่านั้นจึงจะลั่น แต่ก็ทำให้การทำงานของไกยุ่งยาก ซับซ้อนขึ้น แต่งไกให้หลุดคมแบบปืนยิงเป้าได้ยาก ทำให้ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควร  ผู้ที่ชื่นชอบปืน 1911 จะมุ่งหาซีรีส์ 70 กันมากกว่า

จุดที่สองของการเปลี่ยนแปลงเป็น 80 คือร่องรับนกตก (half-cock notch) ที่ด้านในของตัวนกสับ จากเดิมแบบตะขอจับเซียร์ เข้าร่อง เมื่อนกอยู่ในตำแหน่งนี้จะเหนี่ยวไกไม่ได้ เมื่อซีรีส์ 80 เพิ่มสมอล็อกเข็มมาแล้ว ทางโรงงานเห็นว่าปลอดภัยเหลือเฟือ จึงปรับร่องรับนกตกเป็นแบบหน้าเปิด เมื่อนกสับอยู่ในตำแหน่งนี้สามารถเหนี่ยวไกให้นกสับต่อไปได้ แม้ว่าในทางทฤษฎีปืนจะไม่ลั่น เนื่อง จากนกง้างออกมาเพียงเล็กน้อย ระยะสับสั้นมาก  กระแทกท้ายเข็มไม่แรงจุดชนวนได้  แต่ผู้ใช้ก็ไม่มั่นใจเท่าระบบเดิม

ปืนนายแบบของสัปดาห์นี้ เป็นโคลท์ ซูเปอร์ .38 ซีรีส์ 70 ของแท้ไม่ดัดแปลง ตัวปืนและซองกระสุนบอกขนาดถูกต้อง บูชยังเป็นแบบแฉก ลำกล้องคอดใน นกสับกับ  ร่องรับนกตกเป็นแบบตะขอจับเซียร์ เลขประจำปืน 70S 09828 บ่งว่าผลิตปี ค.ศ. 1975 ตรงกับทะเบียนไทย พ.ศ. 2518.


ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์


Like ให้ด้วยจะดีมาก

You may also like...