ศึกสองลูกซองสวัสดิการราคาถูก ระหว่างคอมมานโด vs ปราดัส กระบอกไหนดีกว่ากัน

(ภาพประกอบเท่านั้น)

1.ปืนคอมมาโด 8.6 ขนาด12 จุ 4 นัด มีโช้คแบบ Breacher (ไว้ยิงทำลายกลอนประตู)  ลำกล้องบวกโช้ค ยาวรวมๆประมาณ 11 นิ้ว ใส่โช้คแบบต่อลำกล้องได้ แต่หลอดกระสุนปลายตัน  โครงอลูมินัม ลำกล้องเหล็ก ผิวรมดำ สลักยึดชุดลั้นไกตัวเดียว ห้ามไกกลอนขวาง กระโจมมือสั้นมีรางที่ปลายไว้ติดกริ๊ปตรงหรือไฟฉาย ศูนย์หน้ายกสูง ศูนย์หลังโกสริงติดอยู่กับรางอุปกรณ์บนโครงปืน พานท้ายด้ามปืนพก สามารถยืดหดพานท้ายหรือถอดออกเป็นด้ามสั้นได้ ราคาสน.อส. 16000 บาท

(ภาพประกอบเท่านั้น)

2.ปืนปราดัส ขนาด 12 จุ 5 นัด ไม่มีโช้ค ลำกล้องยาว 14 นิ้ว  โครงอะลูมินัม ลำกล้องเหล็ก ผิวรมดำ สลักยึดชุดลั้นไก 2 ตัวหน้าหลัง ห้ามไกกลอนขวาง กระโจมมือยาวมีรางติดไฟฉายตรงปลาย ศูนย์หน้ายกสูง ศูนย์หลังร่องตัวV  ติดอยู่บนรางติดอุปกรณ์ด้านบนโครงปืน พานท้ายด้ามปืนพก สามารถยืดหดพานท้ายหรือถอดออกเป็นด้ามสั้นได้ ราคาสน.อส. 14500 บาท

เปรียบเทียบกัน

เป็นปืนสัญชาติตุรกีทั้งคู่ ขนาดของปราดัสยาวกว่าคอมมานโดเล็กน้อยตามรูป ถึงแม้จะมีลำกล้อง14นิ้ว  เพราะคอมมานโดมีโช้คยื่นออกมาบวกจากลำกล้อง 8.6 นิ้ว และโครงปืนคอมมานโดนยาวกว่าปราดัสประมาณ ครึ่งนิ้ว  ทำให้มีขนาดใกล้เคียงกัน น้ำหนักที่ผมลองถือรู้สึกว่าเท่าๆกัน ไม่ต่างกันเลย  แต่เวลาจับถือปราดัสให้ความรู้สึกลงตัวดีมาก เหมือถือปืนเล็กสั้นพวก M-4 ขนาด น้ำหนักกำลังดีไม่ยาวเกะกะ เหมาะสำหรับใช้ป้องกันตัวในบ้าน  ในอาคาร ส่วนคอมมานโดด้วยความที่ประโจมหน้าสั้นกว่า เลยอาจจะมีพื้นที่จับถือน้อยกว่า แต่ก็กะทัดรัดดี ตำแหน่งรางไฟฉายถ้าติดด้ามตรงระยะจะจับถนัดพอดี ต่างจากปราดัสที่อยู่สุดปลายต้องเอื้อไปไกลกว่า  โครงปืนปราดัสใช้สลักล็อคชุดลั่นไก 2ตัว  แต่คนละขนาดและตำแหน่งกับRemington870 ของคอมมานโดมีสลักตัวเดียว ตัวโครงปืนคอมมานโดนเตี้ยกว่าและยาวกว่าปราดัสเล็กน้อย โกร่งไกจับดู โพลิเมอร์ทั้งคู่ ปุ่มปลดกระโจมมือกับเซฟอยู่ตำแหน่งเดียวกัน พานท้ายอันเดียวกันเหมือนกันทุกประการ  สามารถเลื่อนปรับระดับได้และสามารถถอดออกเหลือแต่ด้ามปืนสั้นได้ มียางรองพานท้ายไว้ซัปแรงกระแทก ยางค่อนข้างนุ่มดี  ทั้ง 2 กระบอกไม่มีหูกระวินบนและล่าง มีเพียบช่องร้อยสายสะพายที่บริเวณพานท้าย  ทั้งคู่ใส่สปริงสำหรับดันกระโจมมือกลับมาให้ ผู้ยิงทำหน้าที่สาวกระโจมมือเพื่อคัดปลอกและเปิดลูกเลื่อนเพียงอย่างเดียว แรงสปริงจะทำหน้าที่ดันกระโจมมือและลูกเลื่อนกลับสู่ตำแหน่งขัดกลอนพร้อมยิง  แต่หากใครไม่ชอบสามารถถอดสปริงออก กลายเป็นระบบปั้มธรรมดาได้ครับ

จุดสังเกตปลายลำกล้องปราดัสดูบางกว่าคอมมานโดเล็กน้อยและไม่มีเกลียวใส่โช้คเทียบกับลูกซองเดี่ยวหักลำไบคาลที่วางอยู่ข้างๆ ปลายลำกล้องดูหนากว่าเกือบเท่าตัว  หลอดกระสุนปราดัสกับคอมมานโดเป็นแบบเดียวกันแต่ปราดัสยาวกว่าเพรสะจุมากกว่า 1 นัด ส่วนของคอมมานโดปลายลำกล้องมีเกลียวพร้อมโช้คแบบใช้ยิงทำลายกลอนประตู คอมมานโดสามารถใช้โช้คต่อลำกล้องของเดอย่าได้ และมีหลอดต่อแบบปลายเปิดขายเอาไว้เปลี่ยนได้ที่ร้านปิยะ   ศูนย์หน้ายกสูงมีแท่งไฟเบออ็อฟติค ติดอยู่ปลายลำกล้องทั้งคู่ลักษณะเดียวกัน  ศูนย์หลังติดกับรางกล้องบนโครงปืนเหมือนกัน คอมมานโดเป็นศูนย์โกสริง ปราดัสเป็นร่องรูปตัวV  จากการลองประทับเล็ง ผมว่าสูนย์หลังค่อนข้างเตี้ยทั้งคู่(ยังไม่ได้ลองปรับ) ต้องโน้มคอไปข้างหน้าค่อนข้างมากเพื่อเล็งผ่านศูนย์  ด้ามปืนจับได้ถนัดดี  โดยรวมฝีมือการผลิตดูจากภายนอกเรียบร้อยดี ผิวปืนคอมมานโดตัวโชว์ผิวค่อนข้างซีดจนออกเทาๆในบางจุด ไม่แน่ใจว่าเพราะถูกจับถือบ่อยรึเปล่า ส่วนปราดัสเพิ่งมาใหม่ผิวเลยยังดูดำเรียบเนียนทั้งกระบอก

(ที่มารูปภาพ : http://2013.gun.in.th/index.php?topic=104433.0)


ที่มา : OFFICER_JO >> http://2013.gun.in.th/index.php?topic=104433.0


Like ให้ด้วยจะดีมาก

Loading...

You may also like...