HK USP 9 ราชาแห่งปืนโพลิเมอร์ ปืนดีที่ใครหลายคนเอื้อมถึงยาก

ปืนนายแบบสัปดาห์นี้ เอชเค ยูเอสพี 9 มม. คอมแพ็ค ออกแบบเพื่อการพกพา ใช้งานคล่องตัว การทำงานเป็นระบบรีคอยล์

บริษัท เฮคแลร์ อุนด์ โคค (Heckler und Koch) หรือที่เรียกด้วยอักษรย่อว่า “เอชเค” ผู้ก่อตั้งคือ Edmund Heckler กับ Theodor Koch เดิมเป็นวิศวกรโรงงานเมาเซอร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อเยอรมันแพ้สงคราม โรงงานเมาเซอร์ถูกรื้อจนหมดสภาพ จึงออกมาร่วมกันจดทะเบียนบริษัทใหม่ในปี 1949 และเริ่มผลิตปืนในปี 1956 ผลงานสำคัญชิ้นแรกคือปืนไรเฟิล G3 ที่ขายให้รัฐบาลเยอรมันในปี 1959 และต่อมาคือ HK33 ที่กองทัพไทยสั่งซื้อช่วงปลายสงครามเวียดนาม

วิศวกรของ เอชเค ออกแบบระบบปฏิบัติการปืนของตัวเอง สำหรับปืนยาวใช้ลูกกลิ้งกับผิวลาดหน่วงเวลาการถอยของลูกเลื่อน ทำงานด้วยรีคอยล์ ซึ่งต่อมาย่อส่วนใช้ในปืนพก P9 กับระบบหน่วงเวลาด้วยก๊าซต้านลำเลื่อนของปืนพก P7 ที่จุดชนวนด้วยเข็มพุ่ง ลดนกตลอดเวลา ต้องกำปืนบีบหน้าด้ามเข้ามาปืนจึงพร้อมยิง ปืนพกเอชเคทั้งสองระบบมีความเหมือนกันคือลำกล้องติดแน่นกับโครงปืน ไม่ถอยตรงแบบระบบของวอลเธอร์ และไม่กระดกปลดกลอนเหมือนระบบของเบรานิงก์

เอชเคเริ่มออกแบบปืนพกระบบใหม่ในปี 1989 ตามข้อกำหนดของ SOCOM หรือกองบัญชาการหน่วยรบพิเศษของสหรัฐ ผลงานคือ HK Mk.23 ขนาด .45 ที่หลังจากยิงทดสอบสามหมื่นนัดด้วยกระสุนแรงสูง +P แล้วยังทำกลุ่มกระสุนได้ไม่เกิน 2.5 นิ้ว ที่ระยะ 25 หลา มีชิ้นส่วนที่ต้องเปลี่ยนเพียงชิ้นเดียวคือ แหวนยางรอบปลายลำกล้อง ปืนยิงได้นิ่มนวลด้วยระบบลดแรงกระแทกภายใน การทำงานเรียบร้อยเหนือข้อกำหนด ได้รับการบรรจุเข้าประจำการในปี 1996

ทางด้านตลาดเอกชน เอชเค เริ่มขายปืน Mk.23 ในปี 1991 ก่อนรัฐบาลสั่งซื้อ ได้รับการยกย่องว่าเป็นปืนโรงงานขนาด .45 ที่แม่นที่สุดกระบอกหนึ่ง พร้อมกันนั้นก็พัฒนาปืน USP (Universal Self-loading Pistol) ย่อส่วนลงมาเล็กน้อย คือลำกล้อง 4.25 นิ้ว เริ่มขายในปี 1993 รุ่นแรกเป็นขนาด .40 ที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนั้น ตามด้วย 9 มม. ในปีเดียวกัน และเพิ่มรุ่นคอมแพ็ค ลำกล้อง 3.6 นิ้วในปี 1996

เอชเค ยูเอสพี 9 มม. คอมแพ็ค ออกแบบเพื่อการพกพา ใช้งานคล่องตัว การทำงานเป็นระบบรีคอยล์ ขัดกลอนด้วยลำกล้องกระดกตามแบบเบรานิงก์ ใช้ส่วนรังเพลิงเสริมหนา ขัดกลอนกับช่องคัดปลอก ออกแบบสันด้านหน้าให้เอียงเล็กน้อย ช่วยให้ปืนทำงานได้เรียบร้อยไม่กลัวเขม่าสะสม เกลียวลำกล้องเป็นแบบเหลี่ยมบิด ที่เอชเคมั่นใจว่าให้ความแม่นยำเหนือกว่าแบบเส้นเกลียว สปริงลำเลื่อนเป็นแบบเส้นแบน มีแกนสปริงยาวตลอด ปลายด้านในที่ยันกับแกนคันล็อกลำเลื่อนเป็นโพลิเมอร์ ช่วยลดแรงกระแทก อายุใช้งานผ่านสองหมื่นนัดไม่มีปัญหา

ส่วนควบคุมการยิง กระบอกนายแบบนี้เป็น ดับเบิล/ซิงเกิล มีคันนิรภัยที่ทำงานได้ทั้งเป็นห้ามไกและคันลดนก เมื่อขึ้นลำแล้วนกง้าง ดันปลายคันนิรภัยขึ้นเป็นตำแหน่ง S คือเข้าเซฟ นกง้างค้าง พลิกคันนิรภัยลง ตำแหน่ง F สามารถยิงนัดแรกแบบซิงเกิล น้ำหนักไกประมาณสี่ปอนด์ครึ่ง อีกลักษณะหนึ่งคือเมื่อขึ้นลำแล้ว กดปลายคันนิรภัยลงด้านล่าง นกจะสับมาติดตัวกั้นและลดลงมิดชิดในท้ายลำเลื่อน ผ่อนแรงกดให้คันนิรภัยคืนอยู่ตำแหน่ง F ปืนพร้อมยิงแบบดับเบิล แรงเหนี่ยวไกสิบเอ็ดปอนด์ครึ่ง หลังจากกระสุนลั่นปืนทำงานนกง้างพร้อมยิงต่อไปแบบซิงเกิล.



ขอบคุณความรู้ดีๆ จาก:…
นสพ.เดลินิวส์ ออนไลน์
คอลัมน์ รู้ลองเลือกปืน

โดย ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช


Like ให้ด้วยจะดีมาก

You may also like...