ข้อดีข้อเสียของปืน IMI Tavor Tar-21 ที่ใช้ประจำการในกองทัพไทย

ที่หน่วยก็ได้รับ tar 21 มาประจำการเหมือนกัน แต่ที่หน่วย มีข้อได้เปรียบ เรื่องความหลากหลาย ของอาวุธทำให้เปรียบเทียบได้เห็นภาพ แต่ก็มาถึงข้อเสียเปรียบ เรื่องการส่งกำลัง และการซ่อมบำรุงสำหรับเรื่องน้ำหนัก สำหรับ tar 21 ไม่ได้หนักไปกว่าปืนประจำกายปกติหรอกครับ เพียงแต่ น้ำหนักของปืนทั้งหมดอยู่บนตัวของผู้ใช้งาน แตกต่างจากปืนเล็กยาว ทั่วๆ ไปอย่าง m 16  หรือ hk 33 ปืนพวกนี้เวลาถือปกติในท่าเรียบอาวุธ น้ำหนักอยู่บนพื้น ทำให้ภาระในการใช้งานแบ่งเบาไปได้บ้าง

ข้อดีนะครับ

– ความสั้น ของปืน ทำให้เคลื่อนย้ายสะดวก ไม่เกะกะ โดยเฉพาะเมื่ออยู่บนยานยนต์ ( เนื่องจาก ชุดลูกเลื่อน และ แหนบรับแรงถอย จัดทำให้ขนานกัน เลยไม่ต้อง)

มีพื้นที่กระบอกสูบ ในพานท้าย )เหมาะเป็นอย่างยิ่ง สำหรับหน่วยยานเกราะที่ต้องขึ้นลง รถหุ้มเกราะเป็นประจำ

– ถึงแม้ปืนจะสั้น แต่ความยาวของลำกล้องเท่ากับปืนเล็กยาว อำนาจการยิงไม่เปลี่ยนแปลง

– ระยะห่างระหว่างศูนย์หน้า ศูนย์หลัง กรณีใช้ศูนย์เปิดสั้น จับเป้าหมายได้เร็วกว่า

– ถ้าฝึกให้ชำนาญเปลี่ยนซองกระสุนเร็วกว่า ในท่ายิงที่ไม่ใช่ท่านอนยิง

เพราะไกล้กว่า แต่ไม่คุ้นจะรู้สึกติดขัด ( ผมก็เป็น )

– ตัวมาตรฐานบ้านเราเป็น จุดแดง พอปรับได้ที่ แม่นโคตรๆ ( อาจเป็นเพราะปืนใหม่ )

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ imi tar 21

ข้อเสีย

– เวลายิง น้ำหนักของแรงถอย ส่งตรงมาด้านหลัง เวลายิงโหมดออโต้ ปืนจะเหินง่ายกว่า

– เวลายิงในท่านอนยิง เปลี่ยนซองกระสุนยากกว่าปืนเล็กยาวแบบปกติ

– ยิงแบบมีเครื่องหนุนรอง ลำบากมาก ( แต่เป็นท่ายิงมาตรฐานในการตั้งรับ )

– การปรนนิบัติบำรุง สำหรับผู้ใช้งาน ทำได้ไม่มาก ( แต่เขาก็ออกแบบให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว )

– เวลาเดินทางทางธุรการ เดินเร่งรีบ หรือเคลื่อนย้ายหน่วย พาดหลังไม่ได้ เพิ่มภาระแก่ผู้ใช้งาน

– เวลายิงในท่านอนยิงทางยุทธวิธี ด้วยความที่ปากลำกล้องไกล้ตัวผู้ยิง เวลายิงไกล้พื้น

ฝุ่นกระจายเต็มหน้า และแสงจากปลอกลดแสง เข้าตาเยอะเวลายิงกลางคืน

– พอมันสั้น และไกล้มากๆ ยิงไปกลิ่นดินปืนเข้าเต็มๆ หายใจแทบไม่ออก

– การใช้ต่อสู้ด้วยปืนเล็กยาวติดดาบ ปัจจุบันอาจน้อย แต่ผมว่ามันจำเป็น อย่างน้อย

ก็มีพานท้ายให้ฟาดปากข้าศึกได้

*** สรุป  ไม่เหมาะในการใช้งานในหน่วยทหารราบปกติ เพราะโดยทั่วๆ ไปมักใช้การเดิน เป็นหลักในการปฏิบัติการทางยุทธวิธี   แต่ถ้าเป็นหน่วยทหารม้ายานเกราะ ทหาราบยานเกราะ หรือส่งทางอากาศ ทางเรือ หรือต้องใช้ในพื้นที่แคบๆ ผมว่าก็น่าใช้อยู่ เพราะด้วยกับขนาดพอๆ กับ M4 แต่อำนาจการยิงต่างกันเยอะ

*** สรุปอีกที  หลายหน่วยอาจเหมาะ หลายคนอาจชอบ แต่สำหรับผม ขอปืนเล็กยาวปกติแบบที่เคยใช้ดีกว่า คล่องตัวกว่าหลายเท่า

**  อันนี้ส่วนตัวนะครับ  สำหรับปืนเล็กยาวแบบ 11 หรือ HK 33 ผมว่า ใช้งานได้ดีมาก และยิงค่อนข้างแม่น  ที่หลายๆ คนยิงไม่เข้า อาจไม่คุ้นเคย และปืนอาจเก่า ทำให้กลุ่มกระสุนกว้างขึ้น แต่ถ้าปืนที่เกลียวยังคมอยู่ ขอบอกแม่นมาก แต่ก็ตบมากกว่า M 16 เนื่องจาก

–  น้ำหนักปืนโดยรวม เทไปด้านหน้า เวลายิงจึงคุมปืนได้ดี แต่ด้วยกับพานท้ายเบา และเป็นระบบ ทำงานด้วยแรงถอย ทำให้ตบบ้าง แต่ก็ไม่มากมายอะไร

–  มุมของพานท้ายกับศูนย์ปืน เหมาะกับการยิงมาก ประทับยิงง่าย จับศูนย์ได้รวดเร็ว

–  ศูนย์ปืน ออกแบบเป็น ศูนย์หน้าตาย ปรับที่ศูนย์หลังอย่างเดียว และมีโครงศูนย์หน้าซ้อนกับศูนย์หลังให้จับเป้าหมาย ( ลักษณะเดียวกับกล้องเล็ง ) ทำให้การยิงปราณีตหรือการยิงมาตรฐาน ในระยะไกล จะดีกว่าเนื่องจากจับศูนย์พอดีง่ายมาก ไม่ต้องกะระยะ จัดเซ็นเตอร์ แบบ M 16

** แต่ก็นั่นแหละ ด้วยกับน้ำหนักที่เทไปด้านหน้า เวลายิงในท่ายืน ปืนมักไม่ค่อยนิ่งเนื่องจากน้ำหนักปืน ไปลงที่มือด้านหน้าเป็นหลัก

** และการยิงเร็ว ในระยะไม่ไกลมาก และในพื้นที่แสงน้อย  ปืน M 16 ดูจะได้เปรียบกว่าเยอะเนื่องจากแสงผ่านศูนย์ เข้ามาได้มากกว่า


ที่มา : http://www.thaifighterclub.org/webboard/16877/อยากทราบข้อดีและข้อเสียงของปืนแบบ-bullpup-ครับ.html


Like ให้ด้วยจะดีมาก

Loading...