Glock 22 Gen4 10 มม. เร็ว แรง ลงตัวที่สุด!!

สมัยปัจจุบัน เหตุการณ์ยิงต่อสู้จริงครั้งสำคัญคือ FBI Miami Shootout ของปี ค.ศ.1986 เจ้าหน้าที่แปดนาย พยายามจับกุมคนร้ายสองคน ที่มีคดีติดตัวคือฆาตกรรมและปล้นธนาคาร คนร้ายอยู่ในรถด้วยกัน เจ้าหน้าที่มาจากหลายทิศทางเข้าล้อมจนเกิดยิงต่อสู้กัน ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที นับจำนวนกระสุนทั้งหมดกว่า 140 นัด ผลสุดท้ายฝ่ายคนร้ายตายทั้งคู่ และฝ่ายเอฟบีไอตายสอง บาดเจ็บห้า จากงานนี้ เอฟบีไอวิเคราะห์ว่า ที่สูญเสียมากเพราะคนร้ายมีอาวุธเหนือกว่า คือปืนยาวกึ่งอัตโนมัติขนาด .223 และปืนของเจ้าหน้าที่คือปืนพกลูกโม่ใช้กระสุน .38 สเปเชียล กับปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ไม่แรงพอ คนร้ายถูกยิงหลายนัดแล้วยังสามารถยิงสู้ได้อีกเกือบห้านาที

เพื่อแก้จุดด้อยด้านอาวุธ เอฟบีไอสรุปว่าเจ้าหน้าที่ควรเปลี่ยนมาใช้ปืนแบบกึ่งอัตโนมัติแทนลูกโม่ และใช้กระสุนที่แรงกว่า .38 โดยไม่แรงมากจนควบคุมยาก เพราะเป็นสาเหตุหนึ่งที่เจ้าหน้าที่มักใช้กระสุน .38 ในปืน .357 ในช่วงเดียวกันนั้น กระแสปืนเก้าลูกดกกำลังมาแรง แต่เอฟบีไอต้องการกระสุนที่แรงกว่า 9 มม. แต่ไม่อยากใช้ขนาด .45 เพราะเกรงว่าแรงสะบัดจะคุมยาก  หัวหน้าทีมงานทดสอบจึงนำปืนขนาด 10 มม. มาทดลองยิงด้วยกระสุนอัดเอง ที่ลดความเร็วจากมาตรฐาน 1,300 ฟุต/วินาที ให้มาอยู่ในระดับ 900 ฟุต/วินาที ด้วยหัวกระสุนหนัก 180 เกรน ผลเป็นที่พอใจทั้งด้านอานุภาพและการคุมปืน

เอฟบีไอติดต่อบริษัท สมิธแอนด์เวสสัน กับ วินเชสเตอร์ ให้ร่วมกันพัฒนากระสุนและปืนตามสเปกนี้ ได้กระสุนขนาดใหม่คือ .40 Smith&Wesson หัวกระสุนเท่า 10 มม. แต่ปลอกสั้นลงมาระดับเดียวกับ 9 พาราฯ ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาตัวปืนทำได้รวดเร็วขึ้น สมิธฯ ประกาศจะผลิตปืนรุ่น 4006 สำหรับกระสุนขนาดใหม่นี้ในปี 1990

ช่วงเดียวกันนั้น กล็อก กำลังพัฒนาปืนตัวใหญ่ คือ กล็อก 20, 21 มีลำกล้องสำหรับหัวกระสุน 10 มม. ของกล็อก 20 อยู่แล้ว สบโอกาสที่จะจับตลาดปืนตำรวจ จึงนำลำกล้อง 10 มม. ที่เท่ากับ .40 มาปรับรังเพลิงสั้นลง ลดมิติส่วนขัดกลอน ให้ใช้ได้กับลำเลื่อน 9 มม. ของกล็อก 17 ที่คว้านส่วนหน้ารับลำกล้องใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ได้กล็อก 22 เป็นปืนขนาด .40 กระบอกแรก ออกวางขายก่อนสมิธฯ หนึ่งอาทิตย์ สร้างยอดขายให้กล็อกอย่างงาม จนทำให้ กล็อก 20, 21 ต้องเลื่อนกำหนดออกไปอีกปีกว่า จึงออกตามมา

นายแบบสัปดาห์นี้เป็นกล็อก 22 Gen4 ที่พัฒนาเป็นลำดับ เสริมความแข็งแรงของโครงปืน, เปลี่ยนสปริงลำเลื่อนจากชั้นเดียวเป็นสองชั้น, ด้ามออกแบบผิวกันลื่นใหม่ และเปลี่ยนหลังด้ามเพื่อปรับขนาดใหญ่เล็กได้ เทียบกับ กล็อก 17 ขนาด 9 มม. ตัวปืนหนักขึ้นเพียง 10 กรัม จากเนื้อเหล็กลำกล้อง และจุกระสุนน้อยลง 2 นัด แลกกับความแรงที่เพิ่มขึ้นมาระดับใกล้เคียง .45 ออโต้


ดร.พณิศวร ชำนาญเวช…

อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/527188/