ทำไมพวกปืนไรเฟิล สไนเปอร์ หัวกระสุนนิดเดียวแต่สามารถทำให้คนหัวกระจุยได้

ส่วนประกอบหลักๆของกระสุนปืนไรเฟิลก็ตามรูปเลยครับ ทีนี้เรามาโฟกัสว่าทำไม กระสุนอาวุธสงครามถึงแรงจังโดนแขนขาขาด

ตัวแปร คือ

1.กระสุน (มีหลายขนาด ลักษณะ ความแข็ง แต่เรามาพูดถึงน้ำหนักของหัวกระสุนที่มีหน่วยเป็น grain ซึ่ง 1 grain = 0.06479891 กรัม)

2.ดินขับ(เปลี่ยนจากพลังงานเคมี เป็นพลังงานจล และ ความร้อน จากของแข็งกลายเป็นแก๊ส)

ซึ่ง เมื่อ เราเหนี่ยวไก เข็มแทงชนวนจะวิ่งไปชนแก๊บ ทำให้จุดระเบิดดินขับ จากนั้น ดินขับก็ระเบิดขยายตัวเกิดแรงดันในรังเพลิง ซึ่ง
รังเพลิงเขาออกแบบมาเพื่อให้ทนกับแรงดันที่ใช้กับกระสุน ชนิดนั้นๆเสมอ แต่หัวกระสุนซึ่งถูกปลอกกระสุนรัดไว้อย่างหลวม จะถูก
แรงดันของดินขับดันออกไป
สมการพลังงานจลน์Basic

Energy ( joules ) = 1/2 x mass ( kg ) x Velocity ( mps ยกกำลัง 2 )
Mass = นำหนักหัวกระสุน ( หน่วยเป็นกิโลกรัม, Kg )
Velocity = ความเร็ว ( หน่วยเป็นเมตรต่อวินาที , Meter Per Second, MPS )
Energy = พลังงานของกระสุน ( หน่วยเป็นจูลล์, Joules )

ขอยกตัวอย่างกระสุน  .50 Browning Machine Gun (.50 BMG) หรือ 12.7×99mm NATO

ซึ่งน้ำหนักหัวกระสุน ของกระสุนชนิดนี้ มีตั้งแต่ 647 gr (42 g)จนถึง 800 gr (52 g)
และความเร็วของ กระสุนซึ่งไม่แน่ใจว่าวัดจากปลายกระปอกปืนหรือไม่คือ 928 m/s(3,050ft/s)
Energy= 1/2×0.042×928^2= 18,084 Joules หรือ 13,314 fl*lbs

ทีนี้ลองมาเทียบกับกระสุนปืนพก ในตารางนี้ จะเห็นได้ว่า น้ำหนักหัวกระสุน และความเร็วของหัวกระสุน
คือตัวแปรสำคัญในการ หาพลังงานที่ได้ออกมา .50 BMG แรงกว่า 9 mm ถึง 33 เท่า กระสุนเร็วกว่า น้ำหนักกระสุน
ก็มากกว่า(ได้โมเมนตัมออกมาเยอะกว่า) ฉันใดฉันนั้นครับ
ปล. คลิปด้านล่างเปรียบเทียบ กระสุน 9mm กับ Ballistic Gel หนาสิบนิ้ว กับ .50 BMG กับ Ballistic Gel หนา 30 นิ้ว และ 60 นิ้ว

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอคลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


ที่มา : อาตมัน


Like ให้ด้วยจะดีมาก

Loading...

You may also like...