“SIG SAUER” เกิดที่ยุโรป สมบูรณ์แบบในอเมริกา

“SIG SAUER” Born in Europe, Perfected in America เกิดที่ยุโรป สมบูรณ์แบบในอเมริกา

ในปี 1853 , Friedrich Peyer im Hof, Heinrich Moser และ Conrad Neher ได้เริ่มต้นก่อตั้งสิ่งที่พวกเขาคิดว่าจะเป็นโรงงานผลิตรถบรรทุกสินค้าที่ประสบความสำเร็จและยิ่งใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ในนามของบริษัท Swiss Wagon โดยพวกเขาทั้งสามไม่รู้เลยว่า บริษัทของพวกเขาจะกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาวุธที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก
เพียง 7 ปีใหลังจากการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อสร้างรถบรรทุก พวกเขาทั้งสามได้รับความท้าทายใหม่จากกระทรวงกลาโหมขอสวิสเซอร์แลนด์ในการคัดเลือกปืนไรเฟิลเพื่อเข้าประจำการในกองทัพสวิส โดยโรงงาน Swiss Wagon ได้เข้าร่วมการคัดเลือกและได้สร้างพัฒนาปืนไรเฟิลให้ทันสมัย ทั้งสามคาดหวังว่าปืนของบริษัทจะได้รับคัดเลือกและได้ประจำการในกองทัพสวิส จึงได้ส่งปืนไรเฟิล Prelaz-Burnand เข้าประกวด ปืนไรเฟิลชนิดนี้ได้รับการยอมรับอย่างดีจากกระทรวงกลาโหมของสวิส กองทัพสวิสจึงได้สั่งปืนไรเฟิลดังกล่าวจำนวน 30,000 กระบอกเพื่อประจำการในกองทัพบกของสวิส ต่อมา Gunsmith Jean-Louis
Joseph Prelaz และ Edouard Burnand จึงได้รับการยกย่องในฐานะนักประดิษฐ์ปืนไรเฟิล โดยปืนดังกล่าวรู้จักกันในชื่อ M1863
หลังจากประสบความสำเร็จจนได้รับสัญญาจากรัฐบาลในการสร้างปืนไรเฟิล M1863 ทั้งสามได้มีการตัดสินใจเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ โดยเปลี่ยนเป็น Schweizerische Industrie Gesellschaft ซึ่งเป็นภาษาเยอรมันมีความหมายว่า “บริษัทอุตสาหกรรมแห่งสวิส” จึงเป็นที่มาของชื่อย่อของ บริษัท คือ “SIG”
ในช่วงต้นทศวรรษ 1900 SIG ได้สร้างอาวุธที่โดดเด่นหลายประเภท แต่ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นปืน Mondragon ซึ่งเป็นหนึ่งในปืนไรเฟิลอัตโนมัติตัวแรกของสวิตช์ที่เลือกใช้งานได้ทั้งแบบ “ยิงกึ่งอัตโนมัติ” และ “ยิงเป็นชุด” โดยสามารถส่งกระสุนขนาด 7×57 มม. Mauser ปืนมีการบรรจุกระสุนได้อย่างรวดเร็ว
ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาวะสงคราม เรามักจะเห็นปืนชนิดนี้ในช่วงปฏิวัติเม็กซิกันและสงครามโลกครั้งที่สอง
จุดเปลี่ยนที่สำคัญหนึ่งของ SIG คือการออกแบบปืนพกชิ้นแรกที่สร้างและผลิตเองในนามว่า SIG P210 โดยได้มีการพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ.1937 ซึ่งมีต้นแบบจากปืนพกฝรั่งเศสรุ่น S35 ปืนSIG P210 นั้นถือเป็นปืนพกแบบกึ่งอัตโนมัติที่ได้รับการตอบรับที่ดีเนื่องจากการออกแบบที่เน้นให้ปืนมีความแม่นยำสูง ออกแบบสไลด์ได้มีความทนทานเพราะใช้โลหะคุณภาพดี
ในปี 1970 SIG เริ่มใช้กระบวนการผลิตโดยอาศัยชุดเครื่องจักรที่รู้จักกันในชื่อ Automatic Screw Machines เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เพิ่มความทนทานต่อปืนและช่วยให้การผลิตรวดเร็วขึ้นแต่ลดต้นทุนการผลิตลง จึงทำให้เกิดปืนพกอีกรุ่นในสายการผลิตนี้คือรุ่น P220 ที่มีขนาดกระสุน .45 จากการเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตนี้ นำไปสู่การมีปืนรูปแบบใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย ในช่วงทศวรรษเดียวกันนี้ SIG ได้ขยายกิจการโดยได้เข้าซื้อกิจการจากบริษัทผู้ผลิตปืนถึง 3 แห่งได้แก่ Hammerli และ JP Sauer และ Sohn ต่อมาบริษัท SIG จึงได้เพิ่มคำว่า“ Sauer” ต่อท้าย จึงเป็นที่มาของชื่อเต็มว่า “SIG Sauer”
ช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา SIG ยังคงสร้างปืนพกและปืนไรเฟิลที่หลากหลายซึ่งได้รับการยอมรับจากกองทัพทั่วโลก เช่น British SAS และ US Federal Air Marshalls ก็ได้ใช้ P226 MK22 เป็นปืนพกประจำกาย นอกจากนี้ยังเห็นการใช้งานในหน่วยNavy Sealของกองทัพเรือสหรัฐและ Coast Guard ในขณะที่ P228 ได้รับการรับรองจากกองทัพสหรัฐและถูกบรรจุเป็นปืนพกในกองทัพและหน่วยงานตำรวจในนามว่า M11 นอกจากนี้ปืนไรเฟิลหลายตัวที่ผลิตโดย SIG ถูกนำไปใช้งานกับกลุ่มผู้บังคับใช้กฎหมายและหน่วยกองกำลังระหว่างประเทศหลายแห่ง โดย SIG Sauer ได้เก็บข้อมูลและรายงานว่า1 ใน 3 ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สหรัฐอเมริกาใช้อาวุธปืนของ SIG ซึ่งเป็นการการันตีถึงคุณภาพของปืน SIG ได้เป็นอย่างดี
SIG ได้การันตีความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งถือเป็นก้าวที่สำคัญอย่างเป็นรูปธรรมโดยการเป็นผู้ชนะในโครงการ “XM–17 MHS” ซึ่งเป็นโครงการจัดหาอาวุธปืนพกประจำกายสำหรับทหารกองทัพบกสหรัฐอเมริกา โดยหลังการปิดการแข่งขันเดือน ม.ค.2560 กระทรวงกลาโหมสหรัฐตัดสินใจเลือกปืน “SIG Sauer P320” สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ขนาด 9 มม. เป็นผู้ชนะโดยเอาชนะคู่แข่งรายอื่นๆ เช่น Glock 17 และ 19 ที่เป็นเต็งหนึ่ง และSmith & Wesson M&P ที่เป็นปืนสัญชาติอเมริกันแท้ๆ ทิ้งห่างปืน FN ปืนนาโต้จากเบลเยี่ยม กับ Beretta APX อย่างไม่เห็นฝุ่น รวมไปถึงชนะ CZ P-09 ปืนยอดนิยมจากสาธารณรัฐเช็ค โดยกองทัพอเมริกาสรุปว่า SIG Sauer P320 เป็นอาวุธที่ตอบโจทย์การทำภารกิจมากที่สุด มีขนาดเหมาะพอดีมือ และคุณสมบัติเด่นตรงโครงปืนเป็นโพลีเมอร์ น้ำหนักเบา ประหยัดและง่ายต่อการซ่อมบำรุง จึงเป็นผู้ชนะโครงการในครั้งนี้ ซึ่งมีสัญญา 10 ปี มีมูลค่ากว่า 580 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 19,140 ล้านบาท และคาดว่าจะนำเข้าบรรจุประจำการราว 500,000 กระบอก โดยมีทั้งรุ่นขนาดมาตรฐาน M17 และรุ่นขนาดเล็กสำหรับพกพาแบบปกปิด M18
ป.ล.ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำเข้าปืน SIG sauer p320 ซึ่งมีชื่อรุ่นพิเศษว่า “p320sp”(ปิดโครงการไปแล้ว) และ SIG sauer p365(กำลังจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน) เข้ามาจำหน่ายเป็นสวัสดิการให้กับข้าราชการตำรวจและส่วนที่เหลือสำหรับข้าราชหน่วยงานอื่นๆ โดยแอดมินจะนำข้อมูลและที่มาที่ไปของปืนทั้งสองรุ่นมารีวิวในโพสต์ต่อไปรอติดตามกันครับ

ที่มา :


Like ให้ด้วยจะดีมาก

You may also like...