ข้อเสียของปืน Steyr M9A1 ที่ทำให้หลายคนต้องตัดสินใจไปซื้อ Glock มากกว่า

ผู้ใช้หลายคนบ่นว่า M9A1 เป็นปืน “ไกหนัก” ซึ่งเป็นเรื่องจริง ข้อมูลจากโรงงานระบุว่า ไกต้องรับแรงกด 5 กก. จึงจะลั่นกระสุนได้ เทียบกับ 2.5 กก. สำหรับไกของ Glock 19 คือ หนัก หรือ “แข็ง” กว่ากันครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งเป็นฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอีกอย่างหนึ่งของปืน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ผู้ใช้สามารถนำไปให้ร้านปืน แต่งไกให้อ่อนลงได้ ตามความชอบส่วนตัว

ไกของ M9A1 ตั้งแต่ GEN แรก มาจนถึง GEN 4 ในปัจจุบัน เป็น “ไกเซฟตี้” แบบเดียวกันปืนกล็อก กล่าวคือ เมื่อ “ขึ้นลำ” ไกจะ “รีเซ็ต” ส่งเสียง “กิ๊ก” เบาๆ ให้ผู้ใช้ได้ยิน พร้อมกับชิ้นส่วนด้านหน้าของไก ยื่นออกมา บอกให้ทราบว่าปืนพร้อมยิงได้ แต่จะต้องเหนี่ยวไกไป จนถึงระยะฟรีสั้นๆ ซึ่งเตือนบอกให้ทราบว่า เข้าถึงจุดลั่นไกแล้ว

แต่ผู้ใช้หลายคนบอกว่า ระบบไกเซฟตี้นี้ ไม่ได้เซฟจริงๆ เพราะถึงอย่างไร เมื่อจะยิงก็ต้องเหนี่ยวไกอยู่ดี หรือ จู่ๆ นิ้วก็สอดเข้าไปในโกร่งไกโดยบังเอิญคือ หากไม่ระมัดระวังจริงๆ ปืนก็มีโอกาสลั่นได้ง่ายๆ โดยไม่ทันตั้งตัว

เมื่อก่อนนี้ Steyr Mannlicher เคยทำ “ปุ่มกันเหนี่ยวไก” (ภาพที่ 2) ให้เป็นทางเลือก คือ “มีให้เลือก” โดยติดมาจากโรงงาน ปุ่มนี้ติดตั้งเหนือโกร่งไกด้านหน้า จะทำงานเมื่อไกอยู่ในตำแหน่ง “รีเซ็ต” ไม่ว่าจะมีกระสุนในรังเพลิงหรือไม่ก็ตาม เพียงแต่กดหรือผลักปุ่มห้ามไก ทั้งสองข้างพร้อมกัน ปุ่มก็จะดันชิ้นส่วนที่ผลิตจากไฟเบอร์ชิ้นหนึ่ง ลงมาไปอยู่ภายในโกร่งไกด้านบน (ภาพที่ 3) ทำให้ไม่สามารถเหนี่ยวไกได้ แต่เมื่อจะยิงก็เพียงใช้นิ้วชี้ดัน ชิ้นส่วนนี้เพียงเบาๆ ให้ขึ้นไปฝังอยู่ในโครงปืนเหมือนเดิม

ผู้ใช้ส่วนใหญ่บอกว่า ปุ่มห้ามไกเป็นฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ใช้งานได้จริง และ ชื่นชอบกันมาก แต่กลับไม่ได้รับความนิยมในสหรัฐ ที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเน้นการชักปืนเร็ว ลั่นกระสุนเร็ว ทำให้บริษัทเลิกติดตั้งฟีเจอร์นี้ในปืน GEN 4

มีหนำซ้ำใน GEN 4 ยังเลิกทำปุ่มปลดซองกระสุนแบบ Ambidextrous คือ ปุ่มที่ทำให้สามารรถปลดซองได้ ทั้งขาดกด้านซ้ายและด้านขวามือตามความถนัด แต่แล้วก็ลด เหลือเพียงปุ่มซ้ายเพียงด้านเดียว ส่อเจตนาเพื่อลดต้นทุน

แต่ถึงกระนั้น M9A1 ก็ยังมีอีก 3 ฟีเจอร์ ที่ช่วยในด้านความปลอดภัย รวมทั้งระบบกุญแจล็อกห้ามการลั่นไก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยใช้กัน เนื่องจากไม่สะดวก กล่าวคือจะต้องหากุญแจไปเปิดให้ได้ก่อน จึงจะยิงได้ แต่ก็มีประโยชน์เหลือหลาย ในยามเก็บปืนไว้นาน ไม่ได้ใช้ ระบบกุญแจช่วยป้องกันมิให้ผู้อื่น “เล่นปืน” หรือ นำปืนไปใช้ได้ (โปรดดูภาพประกอบ)

อีก 2 ฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มากก็คือ “ปุ่มเตือน” อีก 2 ปุ่ม เมื่อมีกระสุนอยู่ในรังเพลิง ซึ่งได้แก่ช่องเล็กๆ ที่ทำไว้ด้านหลังช่องคัดปลอกกระสุน เจาะเพื่อทำให้เห็นท้ายกระสุนนัดที่อยู่รังเพลิง กับอีกที่หนึ่ง เป็นเหล็กสี่เหลี่ยมสั้นๆ ทรงแบนแคบๆ ที่ด้านหลัง คือ อยู่ท้ายรางเลื่อน ตรงหางบีเวอร์ ชิ้นส่วนนี้มาพร้อมกับราง จะถูกดันยื่นออกมา เมื่อกระสุนถูกผลักเข้ารังเพลิงทุกครั้ง แม้ในความมืดก็สามารถใช้มือคำตรวจดูได้

ทั้งสองจุดนี้มีประโยชน์ ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องดึงรางเลื่อนทุกครั้ง เพื่อตรวจดูรังเพลิง และไม่ต้องปลดแม็กกาซีนก่อนทุกครั้ง เพื่อดำเนินการดังกล่าว แต่แทบจะไม่ต้องใช้เลยก็ว่าได้ ถ้าหากปฏิบัติตามกฎรักษาความปลอดภัยพื้นฐาน คือ “ไม่ขึ้นลำ” หรือ ไม่บรรจุกระสุนในรังเพลิง จนกว่าจะใช้งานจริงๆ

เพราะฉะนั้นข้อแตกต่างเพียงประการเดียว ที่ M9A1 เขียว OD ต่างไปจาก M9A1 GEN 4 มาตรฐาน ก็คือสี เรื่องอื่นๆ ไม่มีเปลี่ยน ยังลงตลาดพร้อมซองบรรจุกระสุน 9 มม.ขนาดบรรจุ 17 นัดรุ่นเดิม ที่ขายคู่กับปืน GEN 4 เป็นซองต่อขยายเพื่อให้บรรจุได้มากขึ้นอีก 2 นัด ทำให้มีขนาดยาวขึ้นอีกนิดหน่อย เลยล้นจากส่วนล่างสุดของด้ามลงไปเล็กน้อย แต่ทำให้ภาพรวมดูงามตา “มีดีไซน์” มากกว่าเดิม

หลายคนเรียก M9A1 ว่าปืนดีที่โลกลืม ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง เป็นปืนที่ดี สมรรถนะสูง แต่ไม่ใช่พิมพ์นิยม หลายคนบอกว่า เป็นปืน “คางใหญ่” ดูรวมๆ ขี้เหร่ชัดๆ ไม่เคยมีใครลอกเลียนรูปทรงของปืนกระบอกนี้ หลายคนต่างจิตต่างใจ กลับชื่นชอบในความไม่เหมือนใคร ทั้งหลงรักในคุณสมบัติที่พิเศษต่างๆ ของปืนกระ

บอกนี้่

ขนาดโดยรวม สั้นกว่า แต่สูงกว่า และ หนักกว่า Glock 19 GEN 4 ที่บรรจุ 15 นัดเท่ากัน คือ ปืนเปล่าหนัก 771 กรัม เทียบกับ 670 กรัมของกล็อก 19 แต่สมรรถนะของสไตเออร์ไม่เป็นสองรองปืนโครงโพลิเมอร์ กระบอกใด ซ้ำยังถึกทน เนื่องจากเป็นปืนพกที่ผลิตใช้ในกองทัพออสเตรีย

นี่คือปืนพกมาตรฐานที่กองทัพอากาศไทยเลือกเมื่อหลายปีก่อน และ ยังใช้มาจนทุกวันนี้ ปัจจุบันก็ยังเป็นปืนพกประจำกายสำหรับนักบิน และ ใช้ในหลายหน่วยงานของทัพฟ้า

สำหรับมหาชนทั่วไป นอกจากสมรรถนะที่ดีเยี่ยมแล้ว มหาเสน่ห์อย่างแรงของ M9A1 คือ ราคาที่เป็นมิตรมากๆ ผู้เป็นเจ้าของในประเทศไทย ที่ซื้อปืนโครงการของหน่วยงานต่างๆ เมื่อ 7-8 ปีก่อน จ่ายเพียง 4 หมื่นบาทต้นๆ วันนี้ราคาในโครงการเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 6 หมื่นบาท และ หนักหนาสาหัสกว่านี้ ตามร้านปืนทั่วไป ทั้งๆ ที่ปืนก็ยังเป็นปืนโครงเดิม กลไกเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน ราคาเท่านั้นที่เปลี่ยน


ที่มา : https://mgronline.com/indochina/detail/9600000072095


Like ให้ด้วยจะดีมาก

You may also like...